Cut
: ตอนพิเศษ 1
“งั้นคืนนี้ผมต้องจัดหนักหน่อยแล้วล่ะ”
นั่นเป็นคำสุดท้ายที่จงอินพูดกับผมก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเขาจะเคลื่อนที่มาตรงหน้าด้วยความรวดเร็วพร้อมกับอวดกล้ามหน้าท้องที่แม้มีไม่มากเหมือนผู้ชายมีซิกแพคทั่วไป
แต่สำหรับเด็กวัยเจริญพันธุ์อย่างเขาแล้วต่อให้มีพุง
ผมก็ยังมองว่ามันน่ามองเพราะผิวสีแทนของเขา
สติของผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพียงเพราะเผลอมองหน้าท้องของจงอินนานไปหน่อย
กว่าจะได้สติก็ตอนที่จงอินดึงแขนผมให้ยืนขึ้นพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อสูดดมกลิ่นบนแก้มของผมที่มันมอมแมมไปด้วยฝุ่นควัน
แต่จงอินก็ยังออกปากชมว่าหอมตลอดแม้แต่ตอนนี้
“..ถ้าไม่หายโกรธไม่ต้องหยุดเลยนะ”
ผมประชดออกไปแบบนั้นเพราะยังโกรธอยู่โดยไม่รู้เลยว่าคนคิดจริงทำจริงอย่างจงอินอาจทำให้ผม
‘ตายคาอก’ ได้
แต่ในเมื่อเผลอพูดออกไปแล้วก็คงทำอะไรไม่ได้
“ถ้าผมหางานได้แล้ว..แต่งงานกันนะครับ” เสียงแหบพร่ากระซิบอยู่บริเวณข้างผิวแก้มของผมเหมือนอยากให้ได้ยินกันแค่สองคนทั้งๆที่ในห้องนี้มีแค่เรา
ผมพูดไม่ออกตอนที่จงอินพูดคำนั้นออกมา “ผมอยากทำให้หวังของพี่เป็นรูปเป็นร่าง…เรียนจบแล้วเราจะแต่งงานกันที่นี่แล้วสร้างครอบครัวด้วยกัน
พี่รอผมได้ไหมครับ”
“..แค่มาง้อพี่ก็ดีใจแล้ว
ไม่เห็นต้องเอาเรื่องใหญ่ขนาดนี้มาพูดเลย” ผมว่าพลางสบตากับคนตรงหน้าด้วยแววตาสั่นระริกก่อนจะโดนใช้นิ้วชี้ของเขาทาบปากไว้ไม่ให้พูด
“ผมพูดจริงครับ”
คิ้วเข้มขมวดมุ่นเหมือนกำลังบอกผมเป็นนัยๆว่าพูดจริงทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะตกใจจนตาแทบถลนออกจากเบ้าตอนที่ปากอิ่มของจงอินแนบลงมาบนมุมปากอย่างกระทันหัน
“คืนนี้จะมัดจำล่วงหน้าด้วย พี่คงไม่ว่ากันนะครับ?”
“..จะว่าอะไรได้ล่ะ
ก็เล่นมาอยู่ด้วยกันซะขนาดนี้”
พูดจบเราทั้งสองคนก็ต่างหัวเราะให้กับมุขของผม
จากนั้นจงอินไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยสูญเปล่าก็เล่นมาขโมยลมหายใจของผมไปจนหมดด้วยการครอบครองริมฝีปากทั้งยังดูดดึงจนเหมือนกับว่าถ้ากินเข้าไปได้ก็จะกิน..เด็กบ้า
ผมหายใจติดขัดตอนที่จงอินเริ่มทำอย่างอื่นเกินกว่านั้น
มือซุกซนของเขาเริ่มลูบไล้ไปทั่วตามร่างกายของผมที่ตอนนี้เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้วแต่ยังไม่เท่าช่วงแรกๆที่เจอกัน…เด็กคนนี้รู้ดีว่าต้องสัมผัสตรงไหนผมถึงจะอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งและเวลาต่อมาผมก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้มานอนอยู่บนเตียงแล้ว
จงอินมีความชำนาญเกินไปจนบางทีผมก็แปลกใจว่าเด็กคนนี้เคยทำกับใครมาก่อนรึเปล่า
แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความสงสัยในใจและไม่เคยถามออกไปสักครั้ง…เพราะผมรู้แค่ว่าเขากำลังทำมันกับผม
รู้แค่นั้นก็พอแล้ว
“จงอิน” ผมเผลอเรียกชื่อของเด็กคนนั้นตอนที่เขากำลังปลดตะขอกางเกงของผมออกอย่างเอาแต่ใจ
ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าจะเจออะไรแต่ผมขอทำใจก่อนได้ไหมม “พี่ขอเวลาสองนาที”
“ถ้านานขนาดนั้นผมคงต้องพึ่งมือตัวเองอีกแล้วสิครับ”
จงอินพูดด้วยท่าทางสบายๆผิดจากผมที่กำลังอึ้งกิมกี่ว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงพูดแบบนั้น
ก็เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกคนแต่ผมกำลังตกใจคำว่า ‘อีกแล้ว’ ของจงอิน “นี่นาย..?”
“ถ้านับมาตั้งแต่มาที่นี่ก็หลายครั้งแล้วครับ”
นอกจากจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแล้วยังดึงกางเกงผมลงมาจนถึงเอวอย่างไม่ใยดีพร้อมกับถอดของตัวเองบ้างอย่างรวดเร็ว
“พี่เพิ่งยอมผมครั้งเดียวเองนะตั้งแต่เรามาอเมริกา”
“ก็..ก็มันเจ็บหนิ” ผมแสร้งทำเป็นตัดพ้อออกไปก่อนจะโดนจับให้นอนคว่ำหน้ากับเตียงและภาพทั้งหมดที่โซฟาก็ตีรวนเข้ามาในหัวไม่หยุด…ยอมแล้วก็ได้ “เบาๆนะ”
“นี่มันก็แล้วแต่ตัวพี่ด้วยครับ..ถ้าทำตัวน่ารักมาก
ผมก็ยิ่งจะทำโทษหนักซึ่งพี่ก็เตรียมตัวได้เลยเพราะพี่น่ารักทุกวัน”
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะดึงกางเกงของผมแม้แต่เจ้าบ็อกเซฮร์ตัวจ้อยก็เอาออกไปหมดเหลือไว้แต่เพียงก้นที่เปลือยเปล่าของผมที่ดูยังไงก็น่าเกลียดแต่จงอินบ่นว่าชอบนักชอบหนา..ใช่ซี่
ก็ตรงนี้เขาใช้ระบายอารมณ์ใคร่นี่
ทั้งห้องเกิดความเงียบอีกครั้งเพราะผมอายที่ต้องมานอนให้คนอื่นดูก้น
และจงอินก็ดูเหมือนจะทำอะไรอยู่ไม่รู้ขลุกขลักอยู่ข้างเตียง ผมอยากแอบมองอยู่นะแต่พอมองทีไรมันก็เห็นเจ้าตัวน้อย(?)ของจงอินแทน
บ้าชะมัด
“ยกตัวขึ้นหน่อยสิครับ”
ถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่เจ้าตัวก็เป็นฝ่ายจัดแจงเองทั้งหมด
ผมโดนจงอินจัดให้อยู่ในท่าคลานเข่าและผมก็อายมากจนตัวแดง สภาพคงทุเรศมากในตอนนี้
แปะ!
“โอ้ย!!” อยู่ๆมือหนาก็ฟาดลงมาที่เนื้อก้นของผมเต็มๆพร้อมกับบีบเฟ้นจนเต็มกำมือทำให้ผมต้องโยกตัวไปมาหลบฝ่ามือลามก
แต่ยิ่งหนียิ่งเหมือนทำให้เจ้าตัวได้ใจเพราะใช้มือทั้งสองข้างในการบังคับกันแล้ว “ปล่อยน้า!”
“ฮึ…ยิ่งหลบยิ่งน่าฟัดนะครับ” จงอินพูดในโทนเสียงปกติแต่ทำไมผมฟังแล้วดูเหมือนผู้ชายหื่นกามวัยสามสิบต้นๆยังไงก็ไม่รู้
ด้วยความกลัวผมจึงยอมอยู่นิ่งๆก่อนจะร้องเสียงหลงตอนที่รู้สึกถึงอะไรเย็นๆมาป้ายที่ช่องทางด้านหลัง
“เจลหล่อลื่นน่ะครับ พี่จะได้ไม่เจ็บไง”
“ระ..รีบทำเถอะ” ผมว่าเสียงสั่นเพราะหลังจากถูปลายนิ้วของจงอินสัมผัสตรงนั้น
อยู่ๆเจ้าโดน้อยของผมมันก็ดันปวดหนึบขึ้นมาซะงั้น..ผมจะแอบช่วยน้องชายของตัวเองเงียบๆแล้วกันตอนจงอินเผลอ
“พร้อมแล้วสินะครับ”
จงอินเหมือนรู้ว่าผมเป็นอะไรแต่ก็ไม่พูดออกมา
เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่เพียงแค่ขัดปืนของตัวเองเบาๆก่อนจะค่อยๆดันมันเข้ามาในช่องทางด้านหลังของผมที่กำลังจ่อรับอยู่แล้ว…อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ
แต่ผมว่าท่านี้ทำให้อะไรก็ดูง่ายขึ้นทั้งนั้นจนผมไม่รู้สึกเจ็บเลย
“อะ!!” …มั้ง
“ชู่วว” จงอินอาศัยช่วงตัวที่ยาวของตัวเองมากระซิบปลอบผมอยู่ข้างหูโดยที่แช่ไอ้นั่นค้างไว้อยู่แบบนั้น
เขาจะไม่ยอมขยับเลยถ้าผมไม่โอเค “โอเคยังครับ?”
“อื้อ..อะ โอเคแล้ว” ผมพยักหน้ารัวพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่เริ่มไหลลงบนพื้นเตียงทั้งๆที่อากาศมันก็ไม่ได้ร้อนอะไรขนาดนั้น
คงเพราะคนข้างหลังที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้
“ฟืดดดด” จมูกโด่งสูดดมผิวแก้มของผมจนมันจะหลุดออกไปได้อยู่แล้วก่อนจะคลอเคลียบริเวณใบหูลงมาจนถึงซอกคอที่ชื้นเหงื่อของผมจนทำให้เกือบลืมไปเลยว่าเขากำลังแช่ดาบกายสิทธิ์(?)ไว้อยู่ด้านหลัง จงอินใช้จังหวะที่ผมเผลอขยับเอวเข้าออกช้าๆเพราะกลัวผมเจ็บก่อนจะใช้ริมฝีปากดูดดึงเนื้อบริเวณหลังคอของผมเบาๆเพื่อฝากรอยแห่งความปราถนาไว้
“อื้อ!ฮะ!” ผมครางหอบไม่เป็นภาษาตอนที่จงอินเร่งจังหวะเอวขึ้นพร้อมกับใช้มือใหญ่กอบกุมส่วนต้องห้ามของผมที่กำลังแข็งขืนแล้วรูดเบาๆเหมือนเป็นการช่วย
แขนที่ใช้พยุงของผมสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยและคงทรุดลงไปอีกในไม่ช้า
“จ๊วบ!”
ยังไม่พอ..นอกจากจะขยับเอวจนถึงพริกถึงขิงและใช้มือช่วยน้องชายของผมแล้ว
จงอินยังจะมาฝากรอยที่หลังให้ซึ่งผมพยายามนับแล้วน่าจะได้สักหกรอยอีก
เด็กนี่เก่งเกินไปแล้ว…
“ซี้ด! พี่คยองซู” เสียงครางของจงอินทำให้ผมจิกมือลงกับผ้าปูที่นอนแน่นเพราะเผลอรัดน้องของเขาไปตั้งหลายทีจนเจ้าตัวส่งเสียงออกมาแบบนั้น..เอาจริงๆผมนี่ควรร้องนะเพราะทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลย..
“จะ..จงอิน พี่ไม่ไหวแล้ว”
ผมบอกออกไปแบบนั้นเพราะน้องชายของผมมันบวมเปล่งแล้ว
ด้วยความที่ไหนๆก็ไหนๆผมจึงโยกเอวสวนกับจงอินซะให้มันรู้แล้วรู้รอดและผลที่ได้คือจงอินเร่งเอวซะไวและยังจะขัดน้องของผมจนเหมือนมันจะแหลกคามือ
ผะ..ผมไม่ไหวแล้ว
“อะอ๊า!!” สิ้นสุดแห่งความทรมาน
ผมปลดปล่อยออกมาจนเลอะผ้าปูที่นอนแต่โชคร้ายที่จงอินยังไม่แล้วเสร็จ..เด็กคนนั้นยังคงจับบั้นท้ายของผมไว้ก่อนจะกระแทกเอวเข้ามาย้ำๆจนเหมือนทางด้านหลังของผมมันจะฉีกขาดออกมา
ผมไม่ไหวแล้วจริงๆจึงทรุดลงไปกับพื้นเพราะแขนทนรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว
“พะ..พี่ครับ ทนอีกหน่อยนะครับ”
เด็กที่ไม่เด็กอย่างว่า(?)ตามมาคร่อมร่างผมก่อนจะจับตัวผมพลิกให้หันมาประจันหน้ากันเล่นเอาใจผมหายไปถึงตาตุ่มและเสียววาบเพราะจงอินไม่ยอมถอดเจ้านั่นออกเลย
แต่เขาก็ใจร้ายได้ไม่นานด้วยการตามมาระดมจูบซับเหงื่อบนหน้าผากของผมก่อนจะเอาหน้าหล่อๆของตัวเองมาจ่อไว้
“อื้อๆ..เหนื่อยไหม?” ผมถามพร้อมกับใช้มือที่สั่นเทาของตัวเองประคองใบหน้าคมสันที่ชื้นไปด้วยเหงื่อไว้ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นรอยยิ้มกว้างที่โชว์ฟันซี่ขาวเรียงตัวสวย
“พี่..เหนื่อยกว่า”
“ละ..เล็กน้อย”
ริมฝีปากของผมถูกครอบครองอีกครั้งด้วยคนเดิมๆและผมก็ยอมให้แค่คนนี้คนเดียวทำได้
จงอินเพียงแค่ดูดดึงริมฝีปากข้างนอกเท่านั้นไม่ได้ลุกล้ำเข้าไปแต่ทำไมผมชอบจูบนี้นักเพราะมันดูไม่ฉาบฉวยอะไร
มันเป็นเพียงแค่จูบแสดงความรักก็แค่นั้น
“อา!!!”
จงอินปลดปล่อยออกมาระหว่างที่ผมกำลังอ้าปากเพื่อต้อนรับลิ้นร้อนเข้ามา
ผมขนลุกซู่ตอนที่รับรู้ว่ามีมวลน้ำจำนวนมากพุ่งเข้ามาในช่องทางด้านหลังของผมจนบางส่วนมันล้นออกมา
เด็กหนุ่มตรงหน้าของผมกระตุกด้วยความสุขสมก่อนร่างสูงใหญ่จะทาบทับลงมาบนตัว
“แฮ่ก..แฮ่ก”
เขาหอบจนลิ้นห้อยจนทำให้ผมอดจะเอ็นดูไม่ได้เลยเอื้อมแขนไปโอบกอดไว้พร้อมกับลูบหลังกว้างขึ้นลงเป็นเชิงปลอบให้หายเหนื่อย
เขาคงรู้สึกปลื้มปริ่มไม่น้อยพอมีแรงสักนิดจึงใช้ริมฝีปากกดจูบลงมาบนแก้มของผมเพื่อขอบคุณ
และผมก็เพิ่งได้รู้วันนี้ว่าจริงๆแล้วภาษากายก็สำคัญเพราะเมื่อเราทะเลาะกันในแต่ละครั้ง
การใช้คำพูดในการง้อขอคืนดีผลของมันอาจไม่ดีเต็มร้อย ถึงแม้อีกฝ่ายจะบอกว่าหายโกรธแล้วแต่ใจจริงมันไม่ได้หายไปทั้งหมดหรอก
อีกทางหนึ่งที่พอจะช่วยได้คือการคุยกันด้วยภาษากาย..เพราะร่างกายของคนเราไม่เคยโกหกใครแม้แต่ตัวเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น