วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Not a bad thinh : ตอนพิเศษ 1

Cut : ตอนพิเศษ 1



            “งั้นคืนนี้ผมต้องจัดหนักหน่อยแล้วล่ะ

            นั่นเป็นคำสุดท้ายที่จงอินพูดกับผมก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเขาจะเคลื่อนที่มาตรงหน้าด้วยความรวดเร็วพร้อมกับอวดกล้ามหน้าท้องที่แม้มีไม่มากเหมือนผู้ชายมีซิกแพคทั่วไป แต่สำหรับเด็กวัยเจริญพันธุ์อย่างเขาแล้วต่อให้มีพุง ผมก็ยังมองว่ามันน่ามองเพราะผิวสีแทนของเขา

            สติของผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพียงเพราะเผลอมองหน้าท้องของจงอินนานไปหน่อย กว่าจะได้สติก็ตอนที่จงอินดึงแขนผมให้ยืนขึ้นพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อสูดดมกลิ่นบนแก้มของผมที่มันมอมแมมไปด้วยฝุ่นควัน แต่จงอินก็ยังออกปากชมว่าหอมตลอดแม้แต่ตอนนี้

            “..ถ้าไม่หายโกรธไม่ต้องหยุดเลยนะ ผมประชดออกไปแบบนั้นเพราะยังโกรธอยู่โดยไม่รู้เลยว่าคนคิดจริงทำจริงอย่างจงอินอาจทำให้ผม ตายคาอกได้ แต่ในเมื่อเผลอพูดออกไปแล้วก็คงทำอะไรไม่ได้

            ถ้าผมหางานได้แล้ว..แต่งงานกันนะครับเสียงแหบพร่ากระซิบอยู่บริเวณข้างผิวแก้มของผมเหมือนอยากให้ได้ยินกันแค่สองคนทั้งๆที่ในห้องนี้มีแค่เรา ผมพูดไม่ออกตอนที่จงอินพูดคำนั้นออกมา ผมอยากทำให้หวังของพี่เป็นรูปเป็นร่างเรียนจบแล้วเราจะแต่งงานกันที่นี่แล้วสร้างครอบครัวด้วยกัน พี่รอผมได้ไหมครับ

            “..แค่มาง้อพี่ก็ดีใจแล้ว ไม่เห็นต้องเอาเรื่องใหญ่ขนาดนี้มาพูดเลยผมว่าพลางสบตากับคนตรงหน้าด้วยแววตาสั่นระริกก่อนจะโดนใช้นิ้วชี้ของเขาทาบปากไว้ไม่ให้พูด

            ผมพูดจริงครับคิ้วเข้มขมวดมุ่นเหมือนกำลังบอกผมเป็นนัยๆว่าพูดจริงทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะตกใจจนตาแทบถลนออกจากเบ้าตอนที่ปากอิ่มของจงอินแนบลงมาบนมุมปากอย่างกระทันหัน คืนนี้จะมัดจำล่วงหน้าด้วย พี่คงไม่ว่ากันนะครับ?”

            “..จะว่าอะไรได้ล่ะ ก็เล่นมาอยู่ด้วยกันซะขนาดนี้

            พูดจบเราทั้งสองคนก็ต่างหัวเราะให้กับมุขของผม จากนั้นจงอินไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยสูญเปล่าก็เล่นมาขโมยลมหายใจของผมไปจนหมดด้วยการครอบครองริมฝีปากทั้งยังดูดดึงจนเหมือนกับว่าถ้ากินเข้าไปได้ก็จะกิน..เด็กบ้า

            ผมหายใจติดขัดตอนที่จงอินเริ่มทำอย่างอื่นเกินกว่านั้น มือซุกซนของเขาเริ่มลูบไล้ไปทั่วตามร่างกายของผมที่ตอนนี้เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้วแต่ยังไม่เท่าช่วงแรกๆที่เจอกันเด็กคนนี้รู้ดีว่าต้องสัมผัสตรงไหนผมถึงจะอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งและเวลาต่อมาผมก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

            รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้มานอนอยู่บนเตียงแล้ว จงอินมีความชำนาญเกินไปจนบางทีผมก็แปลกใจว่าเด็กคนนี้เคยทำกับใครมาก่อนรึเปล่า แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความสงสัยในใจและไม่เคยถามออกไปสักครั้งเพราะผมรู้แค่ว่าเขากำลังทำมันกับผม รู้แค่นั้นก็พอแล้ว

            จงอินผมเผลอเรียกชื่อของเด็กคนนั้นตอนที่เขากำลังปลดตะขอกางเกงของผมออกอย่างเอาแต่ใจ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าจะเจออะไรแต่ผมขอทำใจก่อนได้ไหมม พี่ขอเวลาสองนาที

            “ถ้านานขนาดนั้นผมคงต้องพึ่งมือตัวเองอีกแล้วสิครับ

            จงอินพูดด้วยท่าทางสบายๆผิดจากผมที่กำลังอึ้งกิมกี่ว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงพูดแบบนั้น ก็เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกคนแต่ผมกำลังตกใจคำว่า อีกแล้วของจงอิน นี่นาย..?”

            “ถ้านับมาตั้งแต่มาที่นี่ก็หลายครั้งแล้วครับนอกจากจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแล้วยังดึงกางเกงผมลงมาจนถึงเอวอย่างไม่ใยดีพร้อมกับถอดของตัวเองบ้างอย่างรวดเร็ว พี่เพิ่งยอมผมครั้งเดียวเองนะตั้งแต่เรามาอเมริกา

            “ก็..ก็มันเจ็บหนิผมแสร้งทำเป็นตัดพ้อออกไปก่อนจะโดนจับให้นอนคว่ำหน้ากับเตียงและภาพทั้งหมดที่โซฟาก็ตีรวนเข้ามาในหัวไม่หยุดยอมแล้วก็ได้ เบาๆนะ

            “นี่มันก็แล้วแต่ตัวพี่ด้วยครับ..ถ้าทำตัวน่ารักมาก ผมก็ยิ่งจะทำโทษหนักซึ่งพี่ก็เตรียมตัวได้เลยเพราะพี่น่ารักทุกวัน

            เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะดึงกางเกงของผมแม้แต่เจ้าบ็อกเซฮร์ตัวจ้อยก็เอาออกไปหมดเหลือไว้แต่เพียงก้นที่เปลือยเปล่าของผมที่ดูยังไงก็น่าเกลียดแต่จงอินบ่นว่าชอบนักชอบหนา..ใช่ซี่ ก็ตรงนี้เขาใช้ระบายอารมณ์ใคร่นี่

            ทั้งห้องเกิดความเงียบอีกครั้งเพราะผมอายที่ต้องมานอนให้คนอื่นดูก้น และจงอินก็ดูเหมือนจะทำอะไรอยู่ไม่รู้ขลุกขลักอยู่ข้างเตียง ผมอยากแอบมองอยู่นะแต่พอมองทีไรมันก็เห็นเจ้าตัวน้อย(?)ของจงอินแทน บ้าชะมัด

            ยกตัวขึ้นหน่อยสิครับถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่เจ้าตัวก็เป็นฝ่ายจัดแจงเองทั้งหมด ผมโดนจงอินจัดให้อยู่ในท่าคลานเข่าและผมก็อายมากจนตัวแดง สภาพคงทุเรศมากในตอนนี้

            แปะ!

            “โอ้ย!!” อยู่ๆมือหนาก็ฟาดลงมาที่เนื้อก้นของผมเต็มๆพร้อมกับบีบเฟ้นจนเต็มกำมือทำให้ผมต้องโยกตัวไปมาหลบฝ่ามือลามก แต่ยิ่งหนียิ่งเหมือนทำให้เจ้าตัวได้ใจเพราะใช้มือทั้งสองข้างในการบังคับกันแล้ว ปล่อยน้า!”

            “ฮึยิ่งหลบยิ่งน่าฟัดนะครับจงอินพูดในโทนเสียงปกติแต่ทำไมผมฟังแล้วดูเหมือนผู้ชายหื่นกามวัยสามสิบต้นๆยังไงก็ไม่รู้ ด้วยความกลัวผมจึงยอมอยู่นิ่งๆก่อนจะร้องเสียงหลงตอนที่รู้สึกถึงอะไรเย็นๆมาป้ายที่ช่องทางด้านหลัง เจลหล่อลื่นน่ะครับ พี่จะได้ไม่เจ็บไง

            “ระ..รีบทำเถอะผมว่าเสียงสั่นเพราะหลังจากถูปลายนิ้วของจงอินสัมผัสตรงนั้น อยู่ๆเจ้าโดน้อยของผมมันก็ดันปวดหนึบขึ้นมาซะงั้น..ผมจะแอบช่วยน้องชายของตัวเองเงียบๆแล้วกันตอนจงอินเผลอ

            พร้อมแล้วสินะครับ

            จงอินเหมือนรู้ว่าผมเป็นอะไรแต่ก็ไม่พูดออกมา เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่เพียงแค่ขัดปืนของตัวเองเบาๆก่อนจะค่อยๆดันมันเข้ามาในช่องทางด้านหลังของผมที่กำลังจ่อรับอยู่แล้วอย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ แต่ผมว่าท่านี้ทำให้อะไรก็ดูง่ายขึ้นทั้งนั้นจนผมไม่รู้สึกเจ็บเลย

            อะ!!” …มั้ง

            “ชู่ววจงอินอาศัยช่วงตัวที่ยาวของตัวเองมากระซิบปลอบผมอยู่ข้างหูโดยที่แช่ไอ้นั่นค้างไว้อยู่แบบนั้น เขาจะไม่ยอมขยับเลยถ้าผมไม่โอเคโอเคยังครับ?”

            อื้อ..อะ โอเคแล้วผมพยักหน้ารัวพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่เริ่มไหลลงบนพื้นเตียงทั้งๆที่อากาศมันก็ไม่ได้ร้อนอะไรขนาดนั้น คงเพราะคนข้างหลังที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้

            ฟืดดดด จมูกโด่งสูดดมผิวแก้มของผมจนมันจะหลุดออกไปได้อยู่แล้วก่อนจะคลอเคลียบริเวณใบหูลงมาจนถึงซอกคอที่ชื้นเหงื่อของผมจนทำให้เกือบลืมไปเลยว่าเขากำลังแช่ดาบกายสิทธิ์(?)ไว้อยู่ด้านหลัง จงอินใช้จังหวะที่ผมเผลอขยับเอวเข้าออกช้าๆเพราะกลัวผมเจ็บก่อนจะใช้ริมฝีปากดูดดึงเนื้อบริเวณหลังคอของผมเบาๆเพื่อฝากรอยแห่งความปราถนาไว้
           
            “อื้อ!ฮะ!” ผมครางหอบไม่เป็นภาษาตอนที่จงอินเร่งจังหวะเอวขึ้นพร้อมกับใช้มือใหญ่กอบกุมส่วนต้องห้ามของผมที่กำลังแข็งขืนแล้วรูดเบาๆเหมือนเป็นการช่วย แขนที่ใช้พยุงของผมสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยและคงทรุดลงไปอีกในไม่ช้า

            จ๊วบ!”

            ยังไม่พอ..นอกจากจะขยับเอวจนถึงพริกถึงขิงและใช้มือช่วยน้องชายของผมแล้ว จงอินยังจะมาฝากรอยที่หลังให้ซึ่งผมพยายามนับแล้วน่าจะได้สักหกรอยอีก เด็กนี่เก่งเกินไปแล้ว

            “ซี้ด! พี่คยองซูเสียงครางของจงอินทำให้ผมจิกมือลงกับผ้าปูที่นอนแน่นเพราะเผลอรัดน้องของเขาไปตั้งหลายทีจนเจ้าตัวส่งเสียงออกมาแบบนั้น..เอาจริงๆผมนี่ควรร้องนะเพราะทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลย..

            “จะ..จงอิน พี่ไม่ไหวแล้ว

            ผมบอกออกไปแบบนั้นเพราะน้องชายของผมมันบวมเปล่งแล้ว ด้วยความที่ไหนๆก็ไหนๆผมจึงโยกเอวสวนกับจงอินซะให้มันรู้แล้วรู้รอดและผลที่ได้คือจงอินเร่งเอวซะไวและยังจะขัดน้องของผมจนเหมือนมันจะแหลกคามือ ผะ..ผมไม่ไหวแล้ว

            อะอ๊า!!” สิ้นสุดแห่งความทรมาน ผมปลดปล่อยออกมาจนเลอะผ้าปูที่นอนแต่โชคร้ายที่จงอินยังไม่แล้วเสร็จ..เด็กคนนั้นยังคงจับบั้นท้ายของผมไว้ก่อนจะกระแทกเอวเข้ามาย้ำๆจนเหมือนทางด้านหลังของผมมันจะฉีกขาดออกมา ผมไม่ไหวแล้วจริงๆจึงทรุดลงไปกับพื้นเพราะแขนทนรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว

            พะ..พี่ครับ ทนอีกหน่อยนะครับ

            เด็กที่ไม่เด็กอย่างว่า(?)ตามมาคร่อมร่างผมก่อนจะจับตัวผมพลิกให้หันมาประจันหน้ากันเล่นเอาใจผมหายไปถึงตาตุ่มและเสียววาบเพราะจงอินไม่ยอมถอดเจ้านั่นออกเลย แต่เขาก็ใจร้ายได้ไม่นานด้วยการตามมาระดมจูบซับเหงื่อบนหน้าผากของผมก่อนจะเอาหน้าหล่อๆของตัวเองมาจ่อไว้

            อื้อๆ..เหนื่อยไหม?” ผมถามพร้อมกับใช้มือที่สั่นเทาของตัวเองประคองใบหน้าคมสันที่ชื้นไปด้วยเหงื่อไว้ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นรอยยิ้มกว้างที่โชว์ฟันซี่ขาวเรียงตัวสวย

            “พี่..เหนื่อยกว่า

            ละ..เล็กน้อย

            ริมฝีปากของผมถูกครอบครองอีกครั้งด้วยคนเดิมๆและผมก็ยอมให้แค่คนนี้คนเดียวทำได้ จงอินเพียงแค่ดูดดึงริมฝีปากข้างนอกเท่านั้นไม่ได้ลุกล้ำเข้าไปแต่ทำไมผมชอบจูบนี้นักเพราะมันดูไม่ฉาบฉวยอะไร มันเป็นเพียงแค่จูบแสดงความรักก็แค่นั้น

            อา!!!”

            จงอินปลดปล่อยออกมาระหว่างที่ผมกำลังอ้าปากเพื่อต้อนรับลิ้นร้อนเข้ามา ผมขนลุกซู่ตอนที่รับรู้ว่ามีมวลน้ำจำนวนมากพุ่งเข้ามาในช่องทางด้านหลังของผมจนบางส่วนมันล้นออกมา เด็กหนุ่มตรงหน้าของผมกระตุกด้วยความสุขสมก่อนร่างสูงใหญ่จะทาบทับลงมาบนตัว

            แฮ่ก..แฮ่ก

            เขาหอบจนลิ้นห้อยจนทำให้ผมอดจะเอ็นดูไม่ได้เลยเอื้อมแขนไปโอบกอดไว้พร้อมกับลูบหลังกว้างขึ้นลงเป็นเชิงปลอบให้หายเหนื่อย เขาคงรู้สึกปลื้มปริ่มไม่น้อยพอมีแรงสักนิดจึงใช้ริมฝีปากกดจูบลงมาบนแก้มของผมเพื่อขอบคุณ


            และผมก็เพิ่งได้รู้วันนี้ว่าจริงๆแล้วภาษากายก็สำคัญเพราะเมื่อเราทะเลาะกันในแต่ละครั้ง การใช้คำพูดในการง้อขอคืนดีผลของมันอาจไม่ดีเต็มร้อย ถึงแม้อีกฝ่ายจะบอกว่าหายโกรธแล้วแต่ใจจริงมันไม่ได้หายไปทั้งหมดหรอก อีกทางหนึ่งที่พอจะช่วยได้คือการคุยกันด้วยภาษากาย..เพราะร่างกายของคนเราไม่เคยโกหกใครแม้แต่ตัวเอง