Not
a bad thing แฟนเด็ก
CUT :
Chapter 20
จงอินเดินทางมาที่บ้านตัวเองด้วยความรวดเร็วเพราะพี่คยองซูบ่นจะอ้วกตลอดเวลา
พอมาถึงบ้านก็เป็นอย่างที่เจ้าตัวว่าจริงๆเพราะหลังจากเข้าห้องน้ำพี่คยองซูนั้นปล่อยซะเต็มแมกซ์อย่างกับคนท้องที่ชักโครกโดยไม่สนใจเสียงบ่นของจงอินเลยสักคำว่าถ้านั่งอยู่ตรงนั้นมันสกปรก
พอได้ปล่อยวอดก้าออกไปส่วนหนึ่งคยองซูก็ดูมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาบ้างแต่ยังไม่ได้สติเท่าที่ควร
ต้องเป็นภาระให้จงอินอุ้มร่างที่เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นกว่าเดิมมานอนบนเตียงพร้อมกับหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้เสร็จสรรพ
“จงอิน…” เสียงแหบพร่าของคยองซูเรียกให้จงอินเงยหน้าที่กำลังเช็ดแขนให้ตัวเองอย่างตั้งใจเงยหน้าขึ้นมาหากัน
“มานี่หน่อยสิ”
“ครับ?” จงอินทำตามคำขอของคยองซูในทันทีก่อนจะแปลกใจกับมือที่กำลังจับคอเสื้อของตัวเองพร้อมกับดึงเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานที่กำลังปรือตามองกันอยู่ตรงหน้า
ท่าทางของพี่คยองซูทำให้จงอินเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะขำออกมาคนเดียวเบาๆ “พี่อยากให้ผมพิสูจน์ใช่ไหมครับ?”
“อืม…” คยองซูตอบอ้อมแอ้มในลำคอแต่เป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปใกล้น้องซะเองก่อนจะทำใจกล้าประทับจูบลงบนริมฝีปากหนาของคนตรงหน้าด้วยความตั้งใจ
ถึงคบกันแค่เดือนกว่าแต่สัมผัสของจงอินที่กระทำต่อริมฝากอิ่มนั้นยังไม่จางหายทำให้คยองซูจำได้ดีว่าเด็กคนนี้ทำยังไงกับตัวเองบ้าง
ลิ้นเล็กจึงเป็นฝ่ายเข้าไปล้วงล้ำข้างในโพรงปากของคนเป็นน้องบ้างแต่ก็ยังไม่มีความชำนาญพอจึงกลายเป็นว่าเหมือนส่งเรียวลิ้นของตัวเองเข้าไปให้จงอินรังแกได้อย่างง่ายดายและยังสร้างเสียงจ๊วบจ๊าบให้แก้มเนียนแดงระเรื่อขึ้นมาถึงกกหูด้วย
“จ๊วบ” จงอินดูดดึงปากอิ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระพร้อมกับช้อนตามองสายน้ำสีใสที่ไหลเชื่อมระหว่างตัวเองกับคนตัวเล็กด้วยความหลงไหล
“พี่ดื่มหนัก..หนักมาด้วย”
“ได้ไงเล่า”
คยองซูว่าพลางมุ้ยหน้าพร้อมกับแก้มที่แดงฉ่าด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์และรสจูบที่แสนอันตรายต่อจิตใจก่อนจะวางมือที่ไร้เรี่ยวแรงมาไว้บนไหล่หนา
“ถ้าดื่มหนักกลิ่นเหล้าก็ฟุ้งแล้วสิ”
“วอดก้าต่อให้ดื่มแค่ไหนก็ไม่ค่อยมีกลิ่นหรอกครับ”
จงอินว่ายิ้มๆก่อนจะถอยออกมาเพื่อเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ผู้สูงอายุ(?)ที่ชอบโกหกเป็นเผาเต่า พอโดนจับได้ก็จ๋อยซะสนิทไม่พูดไม่จาสักคำ
“ขอโทษได้ไหมล่ะ”
“ขอโทษทำไมครับ มันสิทธิของพี่”
ถึงจะไม่ชอบที่คยองซูโกหกแต่พอมาคิดดูดีๆแล้วมันก็สิทธิของพี่คยองซูที่จะดื่มเท่าไหร่ก็ได้
เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเขาจึงมีแค่พาคนตัวเล็กมาบ้านหลังจากเจ้าตัวเมาแอ๋
ต่อไปนี้จงอินจะไม่ห้ามแล้วและจะทำความเข้าใจแบบนี้กับตัวเองซะใหม่ “ผมเช็ดตัวให้นะครับ”
“จะเช็ดมากกว่าตัวก็ให้ทำอ่ะตอนนี้”
คยองซูว่าพลางยิ้มหวานให้
คำพูดทีเล่นทีจริงเขาทำให้จงอินไม่ค่อยคิดมากเท่าไหร่เพราะรู้ว่าคนคนนี้เมาแล้วจึงเช็ดแขนให้เสร็จก่อนจะตามด้วยเอาผ้าซับใบหน้าเนียนด้วยความทะนุถนอม
“จงอิน”
“ครับ?” จงอินหยุดเช็ดหน้าให้คยองซูก่อนจะมองด้วยความสงสัยเพราะพี่คยองซูนั้นดูเหมือนจะเริ่มหายเมาแล้วเนื่องจากแววตากลมโตนั้นใสแจ๋วขึ้นทั้งๆที่ตอนนี้มันถึงเวลานอนแล้ว
“พี่ร้อน
เช็ดข้างในให้ก่อนสิ”
“อ้อ..ได้ครับ”
ทำตามคำสั่งโดยไม่ขาดตกบกพร่องตั้งแต่ช่วยถอดเสื้อเชิ้ตตามฉบับพนักงานออฟฟิศของพี่คยองซูจนถึงขั้นค่อยๆใช้ผ้าเช็ดตามร่างกายที่ขาวผ่องไปทั้งตัว
จงอินต้องข่มใจมากแค่ไหนเวลาที่มือเผลอไปโดนเนื้อนิ่มอย่างไม่ตั้งใจแต่เจ้าตัวกลับนอนแอ้งแม้งมองคนอื่นเช็ดตัวให้อย่างสบายใจเฉิบ
แบบนี้มันน่าทำโทษซะให้เข็ด…
“อาบน้ำให้หน่อยสิ”
“…ผมไม่ได้ทำแค่อาบน้ำนะครับ” จงอินว่ายิ้มๆพร้อมกับเขินเองเสร็จสรรพโดยไม่ต้องให้ใครมาสั่ง
“งั้นก็ทำมันตรงนี้เลยสิ”
คำพูดที่ตรงแสนตรงของพี่คยองซูทำให้จงอินทั้งอึ้งทั้งตกใจจนไปต่อไม่เป็น
แต่คยองซูก็ไม่ให้เวลาสูญเปล่าเพราะจับมืออันสั่นเทาของคนเป็นน้องมาประทับบนหน้าอกที่เปลือยเปล่าของตัวเองพร้อมกับยิ้มจนแก้มกลม
“วันนี้พี่เมา ครั้งแรกของเราคงไม่เจ็บเท่าไหร่”
“พะ..พี่คยองซูครับ”
“หรือต้องให้พี่ทำก่อนใช่ไหม
นายถึงจะทำได้” คยองซูว่าเสียงเรียบแต่ใบหน้านั้นยิ้มแย้มเหมือนกำลังพูดเรื่องตลกอยู่ทำให้จงอินเงียบไปนานพอสมควร
ถ้าถามว่าตอนนี้มีสติอยู่ไหมก็ขอตอบว่ามีแต่ไม่เต็มร้อยเพราะฉะนั้นอะไรที่เคยอายที่จะทำคนตัวเล็กก็อยากทำให้มันจบในวันนี้
“ว่าไงล่ะ”
“ผม..ไม่”
แกร๊ง!
เมื่อจงอินยังลังเลอยู่แบบนี้คยองซูก็ไม่อยากรอแล้วจึงลุกขึ้นนั่งก่อนจะถอดเข็มขัดออกมาวางไว้บนหัวเตียงด้วยท่าทางทุลักทุเลทำให้จงอินต้องรีบรวบตัวไว้ก่อนอะไรๆจะสายไปมากกว่านี้
“พอแล้วครับๆ! ผมยอมแล้ว”
“…”
“เดี๋ยวผมจะช่วยพี่เอง ตกลงไหมครับ?”
จงอินว่าด้วยใบหน้าจริงจังพร้อมกับกอดพี่ชายตัวเล็กไว้ไม่ให้ทำอะไรพิเรนท์ๆอีกแต่คำพูดของจงอินคงไม่เข้าหูของคนเป็นพี่เพราะทำหน้ามุ้ยเหมือนกำลังไม่พอใจ
“อยากให้ทำด้วยกัน?”
“อือ..ทำด้วยกัน นะๆ” คยองซูว่าเสียงใสพร้อมกับตากลมที่ฉ่ำน้ำทำให้ตอนนี้คนอายุ
24 เหมือนเด็กวัยสามขวบซะไม่มี
จงอินที่นอกจากจะขัดอะไรไม่ได้แล้วจึงถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความใจอ่อนก่อนจะพรมจูบลงบนหน้าผากเนียนเพื่อปลอบประโลมและขอโทษสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้
หลังจากถามให้แน่ใจว่ายอมจริงๆหรือเปล่าและคยองซูยังยืนยันคำเดิมจึงค่อยๆให้พี่ชายตัวเล็กนอนราบกับเตียงขนาดคิงไซส์ก่อนจะประทับจูบบนริมฝีปากอิ่มอีกครั้งเพื่อเป็นการผ่อนคลาย
รสชาติของวอดก้าและน้ำพั้นซ์หวานๆจากโพรงปากเล็กไหลเวียนเข้ามาไม่หยุดทำให้จงอินสมองเบลอเผลอลูบไล้ไปบนหน้าท้องเนียนสร้างเสียงครางเบาหวิวในลำคอของคนตัวเล็กได้อย่างดีก่อนจะจบลงที่คนคุมเกมอย่างจงอินจูบลงไปบนสันจมูกโด่งเพื่อสานต่อขั้นต่อไป
“งือ..” คยองซูแทบหยุดหายใจตอนที่จงอินใช้ปลายจมูกโด่งของตัวเองมาคลอเคลียบริเวณซอกคอทั้งยังสูดดมซะฟอดใหญ่ก่อนจะดูดดึงเนื้ออ่อนให้แดงเป็นรอยเหมือนกำลังกลั่นแกล้งกันโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามือซุกซนของจงอินนั้นกำลังเลื่อนลงต่ำไปยังจุดสำคัญแค่ไหน
“หอมไปทั้งตัวเลยนะครับ..”
จงอินกระซิบข้างหูของคนตัวเล็กด้วยเสียงอันเบาหวิวก่อนจะประทับจูบลงบนใบหูบางและยังงับมันเบาๆเหมือนกำลังหมั่นไส้มันเต็มที
“อือ.,,อะ” นี่เป็นจุดอ่อนแรกของคยองซูที่จงอินจับได้ว่าคนตัวเล็กจะสั่นสะท้านแค่ไหนถ้าไปยุ่งกับมันจนถึงขั้นทำให้เจ้าตัวเปล่งเสียงครางหวานออกมาโดยไม่รู้ตัวและจงอินคงทำเป็นไม่สนใจส่วนอ่อนไหวที่กำลังดุนดันอยู่ตรงหน้าขาไม่ได้จึงใช้มือใหญ่ของตัวเองตะปปเข้าไปอย่างเบามือแต่คนโดนจับกลับสะดุ้งจนสุดตัว
“จะ..จงอิน!”
“ทรมานใช่ไหมครับ?”
จงอินถามพลางสบตาพี่คยองซูด้วยแววตาเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงก่อนจะได้รับเพียงแค่ใบหน้าหวานที่พยักขึ้นลงด้วยความอึดอัด
“งั้นเดี๋ยวผมช่วย”
กางเกงสแล็คสีดำถูกถอดออกจากสะโพกมนด้วยความอ่อนโยนก่อนจะโดนคนที่ถอดให้เอาขาเรียวเล็กมาพาดบ่าเพื่อจะได้จัดการอะไรๆให้มันง่ายขึ้น…คยองซูมองทุกการกระทำของจงอินแต่อาการมึนเมากำเริบของตัวเองทำให้เขามึนหัวจนไม่สามารถลืมตาได้อีกแล้วจึงหลับตาลงอีกครั้งเพื่อรอรับความ
‘ช่วยเหลือ’ จากจงอิน
จงอินยังไม่ล้วงล้ำเข้าไปในผ้าชิ้นน้อยทันทีแต่กำลังให้ความสนใจกับขาเรียวสวยและขาวเนียนยิ่งกว่าผู้หญิงของพี่คยองซูก่อนโดยเริ่มจากการพรมจูบผิวเนื้อบริเวณเหนือหัวเข่าลงมาหาโคนขาเล็กข้างในอย่างเอาใจคนที่กำลังนอนหายใจติดขัดอยู่
หลังจากพรมจูบจนหนำใจ
จุดต่อไปคงไม่พ้นสิ่งที่อยู่ในระหว่างขาเรียวเล็กและโดนปิดบังด้วยผ้าชิ้นบางอยู่
ด้วยความที่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้เหมือนกันทำให้จงอินประหม่าไม่น้อยแต่ก็ทำใจกล้าค่อยๆล่นผ้าชิ้นน้อยลงมาจนถึงต้นขาเล็กก่อนจะค่อยๆใช้มือสัมผัสส่วนอ่อนไหวของคนตัวเล็กให้ตัวเองหายตื่นเต้น
“อื้อ!” คยองซูแทบกรีดร้องเหมือนผู้หญิงเพราะสัมผัสจาบจ้วงจากจงอินจึงทำได้แค่ดีดขาไปมาด้วยความเขินอายก่อนจะโดนคนเป็นน้องลูบสะโพกมนเบาๆเพื่อเป็นการปลอบแต่กลับกลายเป็นว่าทำให้ส่วนที่มันแข็งขืนอยู่นั้นตื่นตัวมากกว่าเดิมจนแทบจะทิ่มตา(?)คนมองอยู่แล้ว
“น่ารักเหมือนตัวพี่เลยนะครับ” จงอินว่าพลางหัวเราะขำในเรื่องที่ตัวเองกำลังพูดอยู่
ก็ไอ้นั่นของพี่คยองซูน่ะมันดันเล็กๆน่ารักเหมือนเจ้าตัวนี่..
เพราะไม่อยากให้พี่ทรมานมากกว่านี้จงอินจึงจัดการครอบครองเจ้าตัวเล็กของพี่คยองซูด้วยโพรงปากของตัวเองแต่ไม่เอาเข้าซะทั้งหมดเพราะกลัวคนรักขาดใจ
เขาจัดการชิมส่วนปลายของมันก่อนเพื่อจัดการน้ำใสที่ปริ่มออกมาตั้งแต่ตอนแรกก่อนจะรวบรัดกลืนกินซะทั้งหมดโดยไม่เว้นช่องว่างให้คนตัวเล็กหายใจ
“อะ!อื้อ!”
เพราะกลัวคนในบ้านของจงอินได้ยินคยองซูจึงเอาเสื้อของตัวเองมากัดไว้เพื่อสะกัดกั้นเสียงครางที่อาจดังลั่นได้ถ้าเด็กคนนั้นยังเล่นกับเจ้าโลกของเขา
ความอุ่นร้อนที่จงอินกำลังมอบให้นั้นไม่น่าอายเท่านิ้วมือที่กำลังสอดเข้าออกบริเวณช่องทางข้างหลังตอนไหนก็ไม่รู้
ทำไมเด็กอายุสิบแปดถึงเจนโลกขนาดนี้นะ…
“จ๊วบ!” เสียงดูดดึงอันแสนน่าเกลียดทำให้คยองซูหน้าแดงซ่านไปจนถึงใบหูทั้งสองข้างก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเพราะจงอินได้สอดนิ้วที่สองเข้ามาแล้ว
ทั้งปวดทั้งทรมานขนาดนี้ถอนตัวยังทันไหมนะ?
“ผะ..ผมไม่ไหวแล้วครับ” จงอินพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักคงเพราะโดนพิษแห่งความทรมานเล่นงานเหมือนกัน
คยองซูจึงพยักหน้าขี้นลงเพื่อให้น้องจัดการตามที่ตัวเองอยากได้เลย
ครั้งล่าสุดที่มีอะไรกับผู้หญิงก็เมื่อตอนอยู่ขึ้นม.ปลายปีสองทำให้จงอินนึกขึ้นได้ว่าเก็บของ
‘พวกนั้น’ ไว้ในใต้ลิ้นชักหัวเตียงจึงผละออกมาเพื่อค้นหามันไม่นานก็เจอ…ทั้งถุงยางและเจลหล่อลื่นครบขนาดนี้ทำให้คยองซูสงสัยไม่น้อยว่ามีของพวกนี้ได้ไงแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปเพราะตอนนี้คนที่จงอินเลือกก็คือเขา
“ถ้าใช้ของพวกนี้พี่จะเจ็บน้อยลงนะครับ”
จงอินว่าพลางจัดการถอดเสื้อผ้าตัวเองบ้างพร้อมกับสวมถุงยางป้องกันโดยไม่ให้พี่คยองซูยื่นมือเข้ามาช่วยเลยก่อนจะกลับมาประจำที่เดิมทั้งๆที่คนตัวเล็กยังไม่ได้พูดอะไรเลย
“ผมโอเคนะครับ”
“มาถึงขนาดนี้ก็คงต้องโอเคแหละ”
คยองซูตอบพลางยิ้มให้จงอินเพราะไม่อยากให้น้องเป็นห่วงตัวเอง
ไม่วันนี้ก็ไม่วันหน้าที่เราต้องทำแบบนี้กันสักวันจึงทำให้คยองซูยอมรับมันได้
“ผมรักพี่นะครับ”
จงอินพูดออกมาจากใจจริงก่อนจะจูบคนตรงหน้าซ้ำเป็นครั้งที่สามภายในเวลแค่ครึ่งชั่วโมงเพราะคนตัวเล็กนั้นทั้งน่ารักและน่าทะนุถนอมแค่ไหน
จูบของจงอินนั้นถ้าจะให้เปรียบกับเพลงก็คงกำหนดไม่ได้ซะเพลงเดียวเพราะมีหลายอารมณ์
ช่วงแรกนั้นอ่อนหวานเหมือนเพลงรัก แต่พอช่วงกลางนั้นเริ่มรุกหนักเหมือนเพลงR&B
แต่อยากพูดถึงช่วงท้ายเชียวล่ะเพราะมันรุนแรงเหมือนเพลงร็อค
จูบของจงอินทำให้คยองซูลืมไปชั่วขณะว่ากำลังมีส่วนแข็งขืนของจงอินกำลังดุนอยู่ระหว่างช่องแคบของตัวเองอยู่
ถ้าคนผิวแทนนั้นปากไวอีกอย่างที่ไวก็คงเป็นมือนี่แหละเพราะมันได้ทำการทาเจลหล่อลื่นลงไปโดยอีกฝ่ายไม่รู้ตัวก่อนจะค่อยๆเนียนสอดเข้าทีละนิดจนเกือบมิดทั้งลำ
“อะ!จงอิน!” เมื่อช่องทางข้างหลังเจ็บแสบเหมือนกำลังจะฉีกขาดทำให้คยองซูรีบถอยออกมาด้วยความตกใจแต่เจ้าเนื้อภายในนี่สิมันไม่รักดีเพราะกำลังตอดรัดแก่นกายของจงอินซะถี่ยิบจนเขาต้องใช้มือจิกหลังพ่อตัวดีด้วยความทรมาน
“ทะ..ทำไมไม่บอกกันดีๆ!”
“ก็กลัวพี่เจ็บ..ครับ!” จงอินว่าพลางนิ่วหน้าด้วยความทรมานทำให้คยองซูสงสารไม่น้อยจึงยอมนอนลงดีๆด้วยความทุลักทุเล
“ซี้ดดดดด”
“งือออ” คยองซูอายมากเพราะได้ยินเสียงของจงอินจึงเอาเสื้อตัวเองมาปิดหน้าไว้ด้วยความเขินอายก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเพราะจงอินดันเอวเข้ามาจนแก่นกายผลุบเข้าไปในเนื้อร้อนซะมิด
“อื้ม!”
จงอินส่งเสียงครางในคอจนเหมือนเสียงคำราก่อนจะยกขาเรียวขึ้นมาพาดบนบ่าอีกครั้งทำให้มันลึกจนจุกและยังขยับเอวเข้าออกอย่างฉ่ำชองจนคยองซูเผลอครางเสียงน่าอายออกมา
“อา!อะ!” สองเสียงประสานกันโดยไมได้นัดหมายและยังจะเสียงพรึ่บพรั่บของเนื้อที่กำลังกระทบกันด้วยความรุนแรงทำให้ห้องนี้ร้อนระอุเป็นไฟเหมือนอยู่ในสนามรบ
แต่ในความทรมานนั้นกลับมีความสุขเล็กๆก่อขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้จนใจที่เคยแข็งกระด้างของคยองซูแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆเพื่อเอ่ยคำนี้
“จง..อิน พี่รัก”
“ฮะ..อะไรนะครับ?” จงอินโน้มตัวลงไปเพื่อฟังใกล้แต่กลายเป็นว่าสร้างเสียงครางของพี่คยองซูให้ดังกว่าเดิมจนต้องจูบขมับชื้นเหงื่อเพื่อปลอบประโลม
"จะ..ใจเย็นครับ”
“งืออ..รักนะ จะ..จงอิน”
“…ผมรักกว่าครับ”
จงอินตอบชัดถ้อยชัดคำก่อนจะสร้างรอยรักขึ้นมาบนซอกคอขาว ไหล่เนียน
หรือแม้กระทั่งเนินหน้าอกอวบเพื่อเป็นพยานรักในความสุขสมครั้งนี้
และคืนนั้นทั้งคืนนอกจากคยองซูจะนอนไม่พอแล้วยังครางซะเสียงแหบเสียงแห้งเพราะสำหรับจงอินแล้วแค่ครั้งเดียวก็คงไม่พอ…