วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Sex toy Cut : 1


            “นายเสร็จฉันแน่ โดคยองซู

            สิ้นคำจงอิน ผมที่เริ่มได้สติกลับมาก็มองเขาตาขวางก่อนจะกระดกน้ำเปล่าเข้าไปหลายอึกเพื่อบรรเทาอาการมึนหัวจากฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ ซึ่งมันได้ผลเพราะดูท่าว่าเหล้าของจงอินนั้นไม่แรงมากแต่มันทำให้กรึ่มๆและเสียสติไปบางเวลา

            จะกลับได้รึยัง?”

            “ยังไม่เมาเลย

            “นี่จะเมาจนฉันต้องลากกลับบ้านใช่ไหม?”

            “…ฉันมีเรื่องไม่สบายใจจงอินพูดพลางหยิบมันฝรั่งทอดมาเคี้ยวแต่ใบหน้าฉายแววความเศร้าได้อย่างชัดเจน ฉันกับซูจองเราก็คบกันมานานแล้วมีบ้างที่เราต่างเบื่อกันและมันทำให้ฉันกลัวว่าในอนาคตจะต้องเลิกกันสักวัน

            “..พวกนายดูรักกันจะตาย ที่พูดไม่ใช่ว่าอิจฉาหรืออะไรนะแต่ผมพูดความจริง ทุกวันไม่เคยเห็นสองคนนี้ทะเลาะกันแบบจริงๆจังๆสักทีมันทำให้อดคิดไม่ได้..ว่าความรักของจงอินเหมือนนิยายขายดีเรื่องหนึ่ง

            แต่ทุกอย่างก็ดูไม่ราบรื่นเสมอไปเมื่อวันนี้จงอินเป็นคนออกมาพูดเองว่ากลัวจะเลิกกันทั้งๆที่ทุกอย่างก็ไปได้ดี..มันต้องมีเหตุผลมากกว่านั้นแต่ผมให้เจ้าตัวเล่าเองดีกว่า

            ก็เพราะรักกันนี่ไงมันทำให้ฉันกังวล

            “..เป็นอะไร?” ผมเอื้อมมือไปแตะบนไหล่ของจงอินเบาๆเพราะสีหน้าเขาดูแย่เกินไป

            นายเคยรักใครแบบไม่เผื่อใจเจ็บบ้างไหม? ถ้าเคยนายจะรู้ว่าตอนเลิกกันมันเจ็บแค่ไหน….ฉันยังคิดภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าตอนไม่มีซูจองจะเป็นยังไง

            ผมทำได้แค่เม้มปากฟังความในใจของจงอินที่พร่ำเพ้อถึงคนที่ผมไม่มีวันเอาชนะได้ด้วยใจปวดหน่วงและเริ่มทนไม่ไหวเต็มทีเมื่อก่อนผมเคยคิดว่าจะชอบจงอินให้น้อยลงและเผื่อใจเจ็บไว้หากวันใดโดนเขาผลักไสไล่ส่งออกมา แต่พอนานวันเข้าสิ่งที่คิดไว้กลับผิดคาดไปหมด

            คุณเคยกินข้าวจนอิ่มไหม?…คนเราเวลาจะกินข้าวแต่ละครั้งต้องกินให้อิ่มเพราะไม่เคยมีใครกินข้าวแล้วจะเผื่อไว้กินในครั้งต่อไปทั้งๆที่ไม่อิ่ม ผมก็เป็นคนๆหนึ่งเหมือนกัน..เมื่อความรู้สึกมันก่อขึ้นมาแล้วไม่มีทางหรอกที่จะเผื่อใจไว้ ตัวจงอินเองก็เช่นกัน

            “คืนนี้ฉันไม่กลับบ้านนะ

            “แล้วนายจะไปนอนไหน?” ผมถามเขาด้วยความงุนงงเพราะเหมือนจงอินไม่มีสติจนเผลอพูดอะไรแผลงๆออกมา

            “…นอนบ้านนาย

            “..เอางั้นก็ได้

            ผมตกปากรับคำจงอินเป็นอย่างดีเพราะเห็นแววตาเศร้าปนอ้อนนิดๆจ้องมองมาที่ผม พอตอบตกลงเขาจึงกินเหล้าต่อซึ่งคราวนี้จำนวนเหล้าที่เติมมากกว่าช่วงแรกๆและเขาก็กระดกรัวๆเหมือนกินน้ำเปล่า เห็นแบบนั้นก็อยากห้ามแต่โดนยื่นแก้วเหล้ามาให้ตรงหน้าทุกทีเหมือนเป็นการเชิญชวนปนหลอกล่อกลายๆ

            เดี๋ยวก็ได้กลับด้วยกันคำๆนี้ทำให้ผมไม่เอ่ยห้ามเขาแบบจริงจังเพราะคิดว่ายังไงซะจงอินคงไม่ไปเมาหัวราน้ำที่ไหนถ้ามีผมอยู่ใกล้ๆ

            เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็มที่เรานั่งอยู่ในร้านเหล้าและตอนนี้ผมกำลังหามเขาไปที่รถเพื่อกลับบ้านของตัวเอง จงอินดื่มเหล้าไปทั้งหมดเกือบสิบแก้วแต่น่าแปลกที่เขาไม่มีอาการเวียนหัวจนอยากอ้วกทั้งที่กินไปเยอะขนาดนั้น แสดงว่าเป็นคนคอแข็งพอสมควร

            ซูจองอ่า..”

            จงอินเรียกชื่อซูจองตลอดทางกลับบ้านของผมแล้วยังหายใจฟึดฟัดเหมือนคนกำลังอึดอัดอะไรสักอย่างทำให้ผมต้องหยุดรถบ่อยครั้งเพื่อปลดกระดุมเสื้อให้บ้าง เทน้ำจากขวดมาลูบหน้าให้บ้างหรือแม้กระทั่งปลดเข็มขัดออกให้ ไอ้ตัวสุดท้ายผมไม่อยากทำหรอกนะแต่จงอินหายใจแรงและเสียงกระเส่ามาก

            เปลี่ยนน้ำหอมเหรอ?”

เสียงสูดดมกับคำพูดแปลกๆที่อยู่ข้างหูทำให้ผมขยับหน้าออกห่างจากใบหน้าคมคายที่กำลังก้มลงมาก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายของตัวเองพยุงเขาเข้าบ้านอย่างทุลักทุเลและเงียบเชียบที่สุด

บ้านหลังเล็กของผมคงพอให้จงอินอยู่ได้..ที่พูดแบบนี้เพราะผมรู้มาว่าจงอินนั้นบ้านรวยพอสมควร ที่อยู่อาศัยของเขาก็คงใหญ่โตสมฐานะผิดจากบ้านหลังเล็กๆและคนจนๆแบบผม บางครั้งเขาก็เพอร์เฟคจนไม่น่าจะมาเป็นเพื่อนกับผมได้

ผมค่อยๆวางจงอินลงบนเตียงขนาดนอนคนเดียวของตัวเองก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเอาผ้าไปชุบน้ำแล้วเช็ดหน้าให้เขาเผื่อจะสร่างขึ้นบ้าง จงอินเป็นคนหลับง่ายและนิ่งมากทำให้เป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ผมไม่ต้องไปสู้รบปรบมือกับเขาให้เหนื่อยมากกว่าเดิม แม้ผมกำลังใช้ผ้าเย็นๆเช็ดหน้าให้ยังไม่ตื่นอ่ะคิดดู

“..จับได้แล้ว

ระหว่างที่ผมกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดบริเวณลำคอของจงอิน อยู่ๆเจ้าตัวก็พูดคำนี้ออกมาทั้งที่ยังหลับตาก่อนจะจับมือผมมาวางไว้บนผิวแก้มของตัวเองเหมือนกำลังออดอ้อน ท่าทางของเขาทำให้ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้เพราะเพิ่งเคยเห็นมุมน่ารักของเขาเป็นครั้งแรก

ไม่โกรธกันแล้วเหรอที่ฉันแอบมากินเหล้าแบบนี้

“…”

ว่าไง..ซูจอง?”

ผมไม่พูดอะไรและได้แต่เงียบเพราะเพิ่งมาเข้าใจว่าที่จงอินบ่นๆออกมาทั้งหมดล้วนพูดถึงซูจอง อดน้อยใจไม่ได้ทั้งที่ผมอยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยความน้อยใจทำให้ผมปล่อยมือออกจากการเกาะกุมของเขาก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังเช็ดตัวให้เขาไม่เสร็จดี

บางครั้งผมก็คิดว่าความรู้สึกที่มีต่อจงอินมันเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวันจนทำให้เกิดอารมณ์ของความ หึงหวงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่ว่าทำเป็นหลับหูหลับตาไม่รู้ว่าพวกเขารักกัน ผมรู้ดีอยู่แก่ใจแต่ทำไมนะถึงยังเกิดน้อยใจได้ทั้งที่เป็นฝ่ายมาทีหลังหรือต้องหายตัวไปสักพักเพื่อทำใจ?

ต่เพราะฟุ้งซ่านจนเกินไปผมจึงอาบน้ำซะตั้งแคตอนนี้แล้วจะได้ออกไปดูแลคนเมาต่อ ถ้าเป็นได้ก็อยากปล่อยเขานอนอยู่แบบนั้นคนเดียวทั้งคืนแล้วให้ตัวเองไปนอนข้างนอกห้องแต่ถ้าทำแบบนั้นเกิดจงอินเผลออ้วกออกมากลางดึกผมก็ซวยอยู่ดีเลยตกลงกับตัวเองว่าจะนอนข้างๆเตียงแล้วกัน

พอออกมาเห็นว่าจงอินยังนอนอยู่ที่เดิมก็สบายใจเพราะกลัวว่าระหว่างผมหายไปเขาจะเลื้อยลงมาจากเตียงเพื่อนอนพื้นแข็งโป๊กให้เจ็บตัว ผมรีบใส่เสื้อผ้าซึ่งเป็นแค่เสื้อยืดกับกางเกงฟุตบอลเข้าไปก่อนจะเดินไปหาจงอินที่เตียงเพื่อเช็ดตัวให้เสร็จ

เปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยนะ จะได้สบายตัว

ผมบอกร่างหนาที่สติสัมปชัญญะไม่ครบถ้วนเบาๆก่อนจะแกะกระดุมเสื้อนักเรียนของเขาอย่างไม่เร่งรีบแต่ก็มาสะดุดตอนเห็นหุ่นเขานี่แหละ..จงอินไม่ได้ผอมแห้งเหมือนที่เห็นภายนอกเพราะเมื่อถอดเสื้อออก ตัวเขาใหญ่มากและยังมีซิกแพคนิดๆด้วย พอเห็นแบบนี้ผมก็ทำอะไรไม่ถูกแฮะนอกจากเกาแก้มตัวเองแก้เขิน

เพิ่งรู้ว่าการถอดเสื้อให้คนอื่นมันยากแค่ไหนโดยเฉพาะกับคนเมาเพราะกว่าจะดึงแขนยาวๆของเขาออกจากเสื้อได้ก็เล่นเอาซะเหนื่อยจนเหงื่อผุดออกมาตามไรผม ต่อไปที่โหดเหมือนกันก็คงเป็นการถอดกางเกงและผมจะทำมันอย่างเบามือด้วยเพราะเห็นว่าจงอินเริ่มขยับตัวแล้ว

ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ผมไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นไอ้หื่นในสายตาของจงอินถ้าเกิดเขาทะลึ่งตื่นขึ้นมาตอนนี้..ขอเป็นแค่ไอ้ตัวเล็กตัวน้อยของเขาต่อไปก็พอ

จะยั่วกันไปถึงไหน?”

ผมสะดุ้งสุดตัวตอนโดนมือใหญ่ของจงอินวางแหมะอยู่บนมือที่กำลังถกกางเกงขายาวลงจนเกือบสุดข้อขาแล้วแต่ก็ไม่สุดเพราะความตกใจของผมที่ไม่คิดว่าจงอินจะตื่นขึ้นมาแล้วยังพูดจาแปลกๆใส่ ผมจ้องหน้าจงอินไม่กระพริบตาเพราะอยากแยกให้ออกว่าเขากำลังเพ้อถึงซูจองหรือพูดกับผมกันแน่?

ตื่นแล้วเหรอ?”

“..มานี่หน่อยสินอกจากไม่ตอบคำถามของผม เขายังกระดิกนิ้วเรียกผมยิกๆด้วยใบหน้าอึนๆเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนก่อนจะตบบนตักของตัวเองเบาๆ น่ารักแบบนี้ต้องให้รางวัลสักหน่อย

ฉันไม่ใช่ซูจองนะ

ก็ฉันจะให้รางวัลคยองซูไง..รีบมาสิ ไม่งั้นอดนะ

ผมใช้ฟันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองพลางครุ่นคิดไปด้วยว่าจงอินอาจกำลังแยกโลกความจริงไม่ออกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือผมไม่ใช่ซูจองแต่ไม่ทันได้คิดอะไรมาก ท่อนแขนกำยำก็ตรงเข้ามาโอบรัดผมให้ขึ้นไปนั่งบนตักของเขาอย่างรวดเร็ว

เพิ่งอาบน้ำเหรอ?...ตัวหอมกว่าตอนอยู่โรงเรียนอีก

อื้อเพิ่งอาบน้ำมาผมนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนตักของเขาเพราะนอกจากโดนชมว่าตัวหอมแล้ว เขายังใช้จมูกโด่งๆไล่สูดดมกลิ่นบนผิวที่โผล่พ้นออกมาจากคอเสื้ออย่างเอาแต่ใจก่อนจะจูบซับเบาๆบนกระดูกไหปลาร้า อย่าทำแบบนี้สิจงอิน

ไม่ชอบเหรอ?”

“…ฉันอาย

ผมบอกออกไปตามสัตย์จริงและยังตระหนักไว้ในใจว่าจงอินนั้นเป็นของซูจอง ไม่ใช่ผู้ชายโสดทั่วไป..ถึงแม้จะชอบเขามากแค่ไหนแต่ถ้าต้องมีอะไรกันผมไม่ขอทำอะไรแบบนี้แล้วกัน ผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลกับหัวใจของผมเกินไปถ้าเผลอเกินเลยผมต้องตกหลุมรักเขาแน่ๆ

ฉันจะทำให้อายมากกว่านี้อีก

            พูดจบจงอินก็ยื่นหน้าเข้ามาครอบครองริมฝีปากของผมพร้อมกับดูดดึงเหมือนกำลังลิ้มรสของเยลลี่ก่อนจะแลบลิ้นออกมาลากไปทั่วทั้งริมฝีปากสร้างความปั่นป่วนภายในช่องท้องของผมไม่น้อย แต่ก็ยังพอควบคุมสติได้บ้างจึงยื่นมืออันสั่นเทาไปผลักอกของเขาเบาๆ

            ดูเหมือนโชคไม่เข้าข้างคนอย่างผมเท่าไหร่เพราะนอกจากจงอินไม่ยอมถอยออกไปแล้วยังทำอะไรลามกด้วยการจับมือผมให้มาจับบนเป้ากางเกงของตัวเองที่มีแค่ผ้าบางๆอย่างกางเกงบ๊อกเซอร์กั้นท่อนเนื้อที่ดูแข็งขืนอยู่พอสมควร ความอึดอัดของคนตรงหน้าทำให้ผมกลัวขึ้นมาจนเผลอบีบ มันทั้งแบบนั้น

            “อาส์เจ็บนะคยองซู

            “ขะ..ขอโทษ

            “..ถอดเสื้อตัวเองสิ แล้วฉันจะรับคำขอโทษ

จงอินพูดด้วยแววตาที่ไม่มีความล้อเล่นเลยสักนิดก่อนจะขย้ำมือของผมที่อยู่บนเป้ากางเกงตัวเองทำให้ผมสัมผัสความแข็งกระด้างของมันได้อย่างชัดเจนจนต้องพยักหน้าว่าจะทำตามที่เขาบอกก่อนสถานการณ์จะแย่ไปมากกว่านี้

คนใจร้ายยอมปล่อยให้มือของผมเป็นอิสระเพื่อจะได้ถอดเสื้อด้วยตัวเองได้ ระหว่างนั้นผมจึงลอบมองหน้าของเขาไปด้วยก็ได้รับเพียงแค่ใบหน้ายิ้มแย้มออกไปทางเมาค้างมากกว่าทำให้ผมเข้าใจ..ว่าที่เขาเป็นอยู่แค่เมาไม่ได้เกิดพิศวาสในตัวผมขึ้นมา

พอใจรึยัง?”

            “ขาวน่าทำรอยชะมัด

            ไม่พูดเปล่าเพราะจงอินทำแบบนั้นจริงๆด้วยการใช้ปากของตัวเองดูดดึงบริเวณเนื้อช่วงไหล่ของผมจนมันมีรอยจางๆขึ้นมาและผมทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งให้เขาทำตามใจชอบ..ให้เขาได้สมใจก่อนเถอะแล้วผมจะหักหน้าด้วยการพูดชื่อซูจองขึ้นมา คอยดูแล้วกัน

            รู้สึกเจ็บชะมัดที่โดนทำอะไรแบบนี้ถึงผมไม่ใช่คนผ่านโลกมาอย่างโชกโชนแต่ผมก็รู้ว่าคิสมาร์คมันสำคัญ เอาตรงๆผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจงอินต้องสร้างรอยไว้บนตัวผมด้วยทั้งที่เราต่างไม่ใช่ของกันแหละกัน อาจเพราะเขาเคยชินกับการทำให้ซูจองล่ะมั้งเลยแถมให้ผมด้วยโดยไม่คิดอะไร

            พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วเจ็บชะมัด...นี่ผมกำลังเป็นตัวแทนของแฟนจงอินใช่ไหม?

            พอแล้วจงอิน

            “…เป็นอะไรอีกจงอินดูหัวเสียพอสมควรที่โดนผมห้ามบ่อยครั้ง แต่ทำยังไงได้ในเมื่อผมไม่มีอารมณ์ร่วมกับเขาเลยสักนิด ห่วงเรื่องซูจองรึไง?”

            “..ก็รู้นี่ทำไมยังทำอีก นายทำแบบนี้ฉันจะมองหน้าซูจองได้ยังไง

            “ก็ไม่ต้องมองเซ่!”

            ผมพูดไม่ออกเพราะจงอินมีความโกรธคลุกรุ่นอย่างเต็มพิกัดเมื่อผมพูดถึงแฟนสาวของเขา..มันผิดจากที่ผมคิดไว้ในตอนแรกโดยสิ้นเชิงว่าเมื่อผมพูดถึงซูจองเขาจะรู้สึกผิดจนต้องหยุดแต่นี่มันไม่ใช่เพราะนอกจากจงอินไม่หยุดแล้วยังตะวาดใส่กันอีก

            แล้วจะให้ฉันทำยังไง?”

            “…ไม่ต้องทำอะไรจงอินมีท่าทีอ่อนลงแต่ก็ไม่วายใช้มือหยาบกร้านของตัวเองมาเลิกกางเกงฟุตบอลของผมขึ้นพร้อมกับลูบไล้ไปมา แค่นอนให้ฉันเอาก็พอแล้ว

            ผมเบิกตากว้างกับประโยคของจงอินก่อนจะโดนเขาปิดปากอีกครั้งด้วยรสจูบที่รุนแรงและเผ็ดร้อนกว่าเดิมจนผมเผลอเปล่งเสียงออกมาโดยไม่รู้ตัวพร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลพรากลงมาเพราะสมเพชตัวเองเต็มที

            “ไม่ร้องนะแต่ซาตานที่สิงร่างจงอินไม่ใจร้ายจนเกินไป มันใช้กายหยาบของเขาเป็นเครื่องมือชักนำในการทำสิ่งต่างๆแม้กระทั่งกดจูบลงมาบนผิวแก้มของผมเพื่อซับน้ำตาให้ก่อนจะพูดจาปลอบประโลม ถ้าผ่านคืนนี้ไปเราจะยังกลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่มีใครรู้แน่นอน วางใจได้

            “ถ้าฉันอยากได้แบบนี้ตลอดไปล่ะ ต้องทำยังไง?”

            กลายเป็นจงอินที่เงียบซะเองเมื่อได้ยินคำขอของผม … ‘แบบนี้ คือ เหตุการณ์ ณ ปัจจุบันที่เราได้มีโอกาสใกล้ชิดกันขนาดนี้ถ้าจงอินแปลไม่ออกก็ควรกินอย่างอื่นแทนข้าว เมื่อเจ้าตัวเสนอเองผมควรใช้ให้คุ้มด้วยการเป็นฝ่ายเริ่มเกมบ้าง

            ไม่ทันที่เขาได้เอ่ยปากถามอะไร ผมก็ตรงเข้าไปประกบปากของเราเข้าด้วยกันอย่างอุกอาจก่อนจะกลายเป็นจงอินที่พรากลมหายใจผมไปเกือบหมดด้วยจูบดีพคิสดูดดื่มอย่าบอกใคร เขาจูบจนผมตายสนิทก่อนจะวางผมไว้บนเตียงแล้วขึ้นคร่อมอย่างเชี่ยวชาญ

            แม้จงอินจะวางผมลงบนเตียงแล้ว แต่ปากของเรายังแนบสนิทกันเหมือนต้องการให้ใครคนนึงหยุดหายใจไปข้างก่อนมือหนาของจงอินจะเลื่อนมาจับหน้าอกผมแล้วใช้นิ้วโป้งกดวนลงไปบนเม็ดสีน้ำตาลอ่อนจนมันแข็งขืนสู้มือ

            จ๊วบ..”

            จงอินเป็นฝ่ายปล่อยริมฝีปากออกไปแล้วแต่น้ำใสยังเชื่อมกันอยู่ทำให้ผมมองมันด้วยสายตาเหม่อลอยเหมือนคนเมาทั้งที่ดื่มไปแค่แก้วเดียวเองนี่ล่ะมั้งเขาถึงบอกว่าความใคร่มอมเมาคนเราได้เสมอ

            “…น่ารักจัง จงอินดูตื่นเต้นไม่น้อยกับหน้าอกที่เต่งตึงเหมือนหญิงสาวของผมแล้วยังไม่ลืมที่จะลิ้มลองมันด้วยการลากลิ้นไปรอบๆ สร้างเสียงร้องด้วยความสุขสมของผมไม่น้อย

            ความรู้สึกแปลกใหม่ที่จงอินมอบให้ทำให้ผมบิดเร้าตัวไปมาทุกครั้งที่โดนริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาแตะบนร่างกายไม่ว่าจะส่วนใดก็ตามก่อนจะเผลอใช้มือลูบบริเวณส่วนอ่อนไหวของตัวเองบ้างแต่ก็โดนจงอินปัดออกทุกครั้งเพราะไม่ต้องการเห็นผมไปก่อน

            อื้อจงอิน

            “..ไม่แกล้งแล้วก็ได้

            รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าของจงอินทำให้ผมเพิ่งมารู้ตัวว่าโดนผู้ชายคนนี้หลอกเป็นรอบที่ร้อยจึงอดไม่ได้ที่จะใช้มือฟาดไปบนท่อนแขนหนาของเขาแต่คนทะลึ่งก็จับมือผมไว้แล้วแลบลิ้นเลียตามนิ้วชี้และนิ้วกลางให้กระสันเล่นๆ

            หลังจากแกล้งผมจนสมใจ จงอินก็จับผมให้นอนหันหลังก่อนจะจับแยกขาออกแล้วลุกเดินไปข้างเตียงเพื่อถอดเสื้อผ้าของตัวเองบ้างผมคอยมองเขาอยู่เงียบๆและได้แค่เขินอายเพราะเป็นครั้งแรกของผม..กับคนที่ชอบหมดหัวใจ

            ครั้งแรกใช่ไหม?”

            “ใช่..ครั้งแรกกับผู้ชาย

            “..ไม่ใสสินะจงอินพูดติดตลกก่อนจะเดินขึ้นมาบนเตียงด้วยสภาพล่อนจ้อนทำให้ผมได้แค่ซุกหน้าลงกับหมอนเพราะไม่อยากมอง ฉันก็ครั้งแรกกับผู้ชายเหมือนกัน

            “…เห็นใครก็บอกว่าครั้งแรกมันเจ็บ นายก็เบาๆหน่อยแล้วกัน

            “จะพยายาม

            พูดจบจงอินก็คลานเข้ามาคร่อมตัวผมไว้ก่อนจะลูบก้นของผมผ่านกางเกงฟุตบอลเนื้อบาง การลูบของเขามันช่างนิ่มนวลและกะน้ำหนักมือไว้ดีมากจนทำให้ผมเคลิ้มแล้วลืมคิดไปเลยว่าไม่ได้ใส่อันเดอร์แวร์ข้างใน

            “หึ..ไม่ได้ใส่กางเกงในนอนนี่

            “..ปกติไม่ใส่กางเกงเลย

            “เด็กดี

            แปะ!

            จงอินหัวเราะให้กับความตรงของผมพร้อมกับตบลงไปบนเนื้อก้นจนดังลั่นห้องก่อนจะดึงกางเกงบอลของผมลงมารวดเดียวจนถึงข้อเท้าแล้วใช้ท่อนเนื้ออันแข็งขืนของตัวเองแตะลงบนร่องลึกของช่องทางด้านหลังให้มันกระตุกต้อนรับ

            ผมตกใจในความไม่ธรรมดาของจงอินแต่ก็ทำได้แค่นอนเกร็งจนเขาต้องขย้ำเนื้อล้นมือของผมเพื่อให้เจ็บแทนการเกร็งซึ่งมันก็ช่วยได้ดีแม้จะแค่ชั่วคราว เกร็งแบบนี้จะให้เข้ายังไงล่ะพ่อ?”

            “ไม่ต้องเข้า

            “ดื้อนักใช่ไหม..จ๊วบ

            อ๊า!”

            ผมเผลอหลุดเสียงที่สองออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะจงอินใช้นิ้วแยงเข้ามาในช่องทางด้านหลังตั้งสองนิ้วพร้อมกับใช้ปากดูดดึงหลังของผมจนเสียงดังลั่นห้อง นอกจากสอดเข้ามาแล้วเขายังขยับมันเข้าออกรัวๆจนเหมือนตรงนั้นของผมมันจะฉีกขาดให้ได้และผมไม่มีความรู้สึกดีต่อมันเลยสักนิด

            เพราะผมมันก็ผู้ชายทั้งคนเลยอดใจไม่ได้ที่จะช่วยตัวเองต่อหน้าจงอินและดูเขาจะชอบใจไม่น้อยจากการเร่งข้อมือเข้าออกรัวๆกับช่องทางด้านหลังพร้อมทั้งแลบลิ้นเลียใบหูของผมเหมือนเป็นการให้กำลังใจ(?)กลายๆทำให้อารมณ์ของผมขึ้นสู่จุดสูงสุดภายในเวลาไม่กี่นาที

            ทำดีมาก..คนเก่งจงอินกดจูบลงบนหน้าผากที่ชื้นเหงื่อของผมก่อนจะเอื้อมมือมาลูบไล้ส่วนอ่อนไหวของผมที่เพิ่งปลดปล่อยจากโคนจนสุดปลายแล้วใช้น้ำสีขาวขุ่นของมันมาทาบริเวณช่องทางด้านหลังของผมพร้อมกับสอดนิ้วเข้าออกเหมือนกำลังทดสอบว่าหล่อลื่นดีหรือยัง

            ถึงแม้จะปลดปล่อยไปแล้วแต่ผมก็ยังรอดูจงอินเหมือนกันว่าเขาจะทำยังไงเมื่อต้องเป็นฝ่ายรุกผู้ชายด้วยกันครั้งแรก..ถ้าต้องให้คะแนน ผมให้สิบเลยนะตามความคิดขอตัวเอง

            แม่งแน่นชิบ..”

            จงอินเพิ่งเข้ามาได้เท่าไหร่ก็สบถคำหยาบคายแล้ว ส่วนผมก็ทำได้แค่นอนให้นิ่งที่สุดเพราะถ้าขยับช่องทางด้านหลังจะยิ่งตอดรัดท่อนเนื้อของจงอิน..แต่ดูเหมือนจะนิ่งเกินไปเพราะจงอินฟาดก้นผมซะแรงพร้อมกับดึงสะโพกให้โด่งขึ้นไปอีกนิดก่อนจะใช้มือแหวกเนื้อช่องทางด้านหลังออกแล้วดันแก่นกายเข้าไปจนสุด

            อื้อ!อะ!”

            ความคับแน่นทำให้ผมครางออกมาด้วยความเสียวซ่านแม้จะไม่ชินกับสถานการณ์แบบนี้สักเท่าไหร่แต่มันทำให้ผมมีอารมณ์ร่วมไปด้วยโดยไม่ต้องรับการกระตุ้นจากข้างหน้า จงอินเห็นผมครางออกมาก็ดีใจจึงตอบแทนด้วยการกระแทกสะโพกเข้ามาไม่ยั้ง

            อาห์..ซี้ด!”

            คนที่ดูมีความสุขที่สุดคงเป็นใครไม่ได้นอกจากคนที่กำลังดันกายเข้าออกอยู่ข้างหลังของผมจึงทำให้อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหาเพื่อให้เขาจับ แต่คนกวนประสาทก็กวนประสาทอยู่วันยังค่ำเพราะเขาโน้มตัวมากอดผมแทนการจับมือ
           
            งื้อ..หนัก..”

            ถึงปากจะบอกออกไปแบบนั้นแต่เชื่อไหมว่าผมกำลังยิ้มแก้มแทบแตกเพียงแค่เขาเอาตัวชื้นเหงื่อของตัวเองมาทาบทับบนตัว จงอินเล้าโลมเก่งมากแม้กระทั่งตอนนี้ที่กำลังเสือกกายเข้าออก..เขาก็ยังลากลิ้นอยู่บนไหล่หรือลำคอของผมไม่หยุดเพื่อเอาใจ
           
            “น่ากินชะมัด

            “กินอยู่นี่ไง อะ…”

            ไม่รู้ว่าเผลอครางไปกี่ครั้งแล้วแต่ที่รู้คือจงอินเป็นคนที่อึดพอสมควรเพราะไม่ว่าเขาจะเร่งเอวเท่าไหร่หรือจัดแบบเนิบนาบยังไงแต่ก็ไม่ทำให้เขาสำเร็จความใคร่ได้สักทีจนผมต้องดันเอวสวน เขาจึงมีท่าทีว่าใกล้ถึงฝั่งขึ้นมาสักที

            คยองซูตัวหอมแล้วยังหวานอีก

            จมูกโด่งไล้ไปมาบนซอกคอของผมก่อนจะกระแทกสะโพกเข้ามาไม่ยั้งเหมือนกลิ่นตัวของผมมีฟีโรโมนกระตุ้นอารมณ์ทางเพศเลยก็ว่าได้ ความเฉอะแฉะของช่องทางด้านหลังทำให้เกิดเสียงน่าอายขึ้นก้องห้องที่เล็กเท่ารูหนูจนผมต้องเอาหน้าซุกกับหมอนเพราะทนฟังไม่ไหว

            ครางออกมาสิ ตัวเล็ก

            “อื้อ! งื้อ!”

            ผมคำรามในคอเหมือนคนบ้าเพราะจงอินเลื่อนมือมาจับท่อนเนื้อของผมไว้เต็มกำมือแล้วขยับเข้าออกรัวๆผิดกับจังหวะการกระแทกของช่องทางด้านหลังที่เนิบนาบเหมือนจังหวะเพลงฮิพฮอพ เห็นท่าว่าจงอินอยากให้ผมปลดปล่อยเป็นครั้งที่สอง

            ทั้งห้องเริ่มร้อนระอุแม้จะอยู่ในฤดูหนาว เราใช้เวลาอยู่บนเตียงมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วแต่จงอินก็ไม่มีทีท่าว่าจะปลดปล่อยสักทีไม่ว่าผมจะขมิบตอดรัดเนื้อร้อนของเขาก็แล้วหรือแม้กระทั่งครางจนไม่เหมือนเสียงตัวเองจงอินก็ยังเฉย

            สักครั้งเถอะจงอิน…”

            “…อยากอยู่แบบนี้สักสองชั่วโมง

            คำพูดทีเล่นทีจริงของเขาทำให้ผมแก้มแดงเป็นลูกตำลึงเพราะคิดว่าเขาคงชอบที่ได้ทำแบบนี้กับผมแต่พอมาคิดอีกแง่แล้วผมอาจเดินไม่ไหวถ้าต้องโดนเป็นชั่วโมงขนาดนั้น..

            “ขอบคุณนะ ฟืดดดจงอินว่าพร้อมกับหอมแก้มผมฟอดใหญ่ก่อนจะกระแทกเอวเข้ามาไม่ยั้งเหมือนเป็นสัญญาณว่าเขาจะต้องไปแล้ว

            ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการฝืนตัวขึ้นมาแล้วกระดกก้นขึ้นเพื่อให้แนบชิดกับท่อนเนื้อของจงอินให้มากที่สุดและมันก็ดูได้ผลทีเดียวจากการขยับเอวเร็วกว่าเดิมของจงอิน

            อ้าส์!!”

            เสียงครางทุ้มดังลั่นห้องพร้อมกับที่จงอินดึงท่อนเนื้อร้อนของตัวเองออกมาแล้วปลดปล่อยลงเต็มๆบนหลังของผมทำให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลถูกฉีดออกมาไม่ยั้งและยังไหลเปรอะเปื้อนไปถึงร่องช่องทางแคบเพราะจงอินเอาส่วนหัวของท่อนเนื้อมาจ่อไว้ความอุ่นร้อนของมันทำให้ผมหมดแรงฟุบหน้าลงกับหมอนก่อนจะปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งที่สองในเวลาไล่เลี่ยกัน

            และหลังจากนั้นผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย


            หลังจากปลดปล่อยเป็นที่เรียบร้อย จงอินก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณคยองซูด้วยการจูบผิวแก้มใสเป็นการส่งท้ายก่อนจะเป็นฝ่ายดูแลอีกคนบ้าง เขามองสภาพของคนตรงหน้าแล้วได้แต่รู้สึกผิดในใจเพราะตอนนี้คยองซูสลบเป็นที่เรียบร้อยแล้วและบนแผ่นหลังเนียนยังมีคราบของน้ำสีขาวขุ่นเลอะเต็มไปหมด เห็นแบบนั้นจงอินจึงรีบหาทิชชู่มาซับให้ก่อนจะห่มผ้าให้คนตัวเล็กทั้งที่ยังเปลือยอยู่แบบนั้น

            ขอโทษนะ

            เพราะตอนนี้สร่างเมาแล้วถึงรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปทั้งหมดทั้งมวลนั้นสาบานได้ว่าเขารับรู้ทุกอย่างแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ คยองซูตอนอยู่บ้านน่ารักเกินไปบวกกับความเมาที่มันชักพาจึงอดไม่ได้ที่จะรังแกแต่ไม่คิดว่าจะเลยเถิดถึงขนาดนี้

            กว่าจะมีสติครบถ้วนก็ตอนก่อนปลดปล่อยไม่กี่นาที เขาเห็นว่าตัวเองกำลังกระแทกกายเข้าใส่คยองซูไม่ยั้งและยังใช้มือข้างหนึ่งช่วยคนตัวเล็กให้ปลดปล่อยไปด้วยกัน..จงอินอยากถอยออกมาซะตั้งแต่ตอนนั้นแต่เพราะแรงอารมณ์ที่มันประทุขึ้นสูงสุดทำให้เขาหยุดไม่ได้จึงตอบแทนคยองซูด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ่แล้วเลือกที่จะปลดปล่อยด้านนอกแทน

            แต่ก็อย่างที่เห็นเพราะทันทีที่ดึงท่อนเนื้อของตัวเองออกมา น้ำสีขาวขุ่นก็พุ่งออกมาอย่างรู้งานทั้งที่ยังไม่ได้ออกห่างจากตัวคยองซูเลยทำให้ต้องปลดปล่อยลงบนหลังขาวเนียนของคยองซูเต็มๆแล้วยังอดไม่ได้ที่จะให้คนตัวเล็กสัมผัสความอุ่นร้อนจากทางช่องแคบด้วยการจ่อท่อนเนื้อร้อนลงไปด้วย

            คยองซูเซ็กซี่นาดนี้เลยเหรอ?’

            เป็นคำที่อยู่ในใจของจงอินระหว่างที่กำลังใช้ทิชชูเช็ดคราบน้ำสีขาวขุ่นบนหลังของคยองซู จากที่เคยว่าคนตรงหน้าตัวเล็กตัวน้อยตอนนี้ก็ยังยืนยันคำเดิม คยองซูเป็นคนไหล่แคบและช่วงเอวนั้นคอดมากเหมือนเอวของผู้หญิงเลยก็ว่าได้..แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คงสะโพกและก้นนี่แหละที่มันใหญ่เกินตัวจนจงอินอดใจไม่ได้ที่จะใช้มือสัมผัสลงไปด้วยความหลงใหล

            พักผ่อนซะนะ

            จงอินกระซิบข้างหูของคยองซูก่อนจะห่มผ้าให้คนตัวเล็กจนถึงคอ ความสุขในวันนี้เขาจะไม่ลืมเลยแต่ต้องเก็บไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้โดยเฉพาะจอง ซูจองที่เป็นแฟนสาวของเขา..ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายระหว่างเขากับคยองซูแล้วหลังจากนั้นเราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

            ทั้งๆที่เป็นความผิดแต่ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกผิดต่อซูจองเลยนะเพราะเขาเมาไง ความเมาทำให้คนเราเป็นได้ทุกอย่าง

            แม้กระทั่งหลอกตัวเองว่าเมาทั้งที่จงอินเป็นคนคอแข็งที่สุดในบรรดาสายชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเพราะความรู้สึกผิดในใจต่อตัวคยองซูและซูจองทำให้เขาผลักความผิดไปให้ความเมาอย่างเดียวโดยไม่สนเลยว่าที่ทำไปทั้งหมดมันมีความตั้งใจผสมอยู่ด้วย

            สุดท้าย..ไม่ว่าตอนไหน คยองซูก็เป็นที่น่าสงสารที่สุดอยู่ดี



           

           

           

           

             

           

           
























            

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น