“คยองซู”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อของคนตรงหน้าที่ดูไม่ค่อยมีสติและตัวยังร้อนฉ่าเหมือนกำลังไม่สบายให้หยุดเข้ามาใกล้ได้แล้วเพราะตอนนี้จงอินกำลังขับรถอยู่…
ถ้าขืนคยองซูยังดื้อแบบนี้ อาจเกิดอันตรายขึ้นได้
“นายเป็นอะไร”
“… เหมือนจะไม่สบายเลย” ริมฝีปากอวบว่าพลางช้อนตามองคนที่กำลังขับรถอยู่
“อยากฉีดยา”
“ฉีดยา? … งั้นเรารีบไปโรงพยาบาลกันนะ”
“ไม่เอา”
คนตัวเล็กพูดด้วยใบหน้าบูดเบี้ยวเหมือนกำลังงอแงทำให้จงอินต้องหันมาให้ความสนใจกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆมากกว่าถนนตรงหน้า
“ไม่อยากฉีดที่โรงพยาบาล”
“….”
“อยากฉีดที่นี่”
สิ้นเสียงนุ่มทุ้ม
ตำแหน่งมือของคยองซูก็เปลี่ยนจากหน้าขาเป็นเป้ากางเกงยีนส์ของจงอินทันทีโดยไม่ถามความเห็นของเจ้าตัวสักคำว่ายินยอมไหม…
เอี๊ยด!
ยังดีที่จงอินยังมีสติอยู่มากจึงหักรถเข้าข้างทางได้อย่างปลอดภัย
แต่กลับกลายเป็นว่าได้ให้โอกาสคนตัวเล็กข้ามมานั่งบนตักของเขาได้อย่างง่ายดายและอุกอาจซะจนจงอินตั้งตัวไม่อยู่
ต้องอาศัยแขนยาวๆของตัวเองปรับเบาะให้เลื่อนไปข้างหลังเพราะกลัวว่าคยองซูจะอึดอัด
หรือกลายเป็นว่าทำให้
‘อะไรๆ’ สะดวกขึ้นกันนะ…
“กลับไปนั่งที่เดิมเถอะ
คยองซู”
“ฉันยังไม่ได้ฉีดยาเลย”
“….คิดลามกอะไรอยู่เนี่ย”
“ไม่บอกหรอก”
คยองซูว่าก่อนจะยกยิ้มให้กับคนตรงหน้า “มาทำอะไรแก้เบื่อกันเถอะ
ไม่ต้องไปมันแล้วฮงแดอ่ะ”
“ทำอะไร?”
“…ฉีดยา”
ตากลมโตจ้องมองคนตรงหน้าเพื่อบอกความหมายของคำว่า
‘ฉีดยา’ ผ่านดวงตาของเขาที่มันทั้งร้อนผ่าวและไม่มีแต่ความอับอายหลงเหลืออยู่ในนั้น…
คยองซูอยากให้จงอินรู้ด้วยตัวเองเพราะถ้าบอกไปตรงๆก็ไม่กล้าบอกเหมือนกัน
ว่าเขาอยากทำมากกว่านั่งคุยกัน… นี่แหละ
แผนร้ายของคยองซู
แผนร้ายคือการทำให้จงอินไว้ใจด้วย
‘เซ็กส์’ และ ตัวของคยองซู แม้ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนแต่คยองซูก็เลือกแผนนี้เพราะมันเห็นผลทันตาว่าจงอินคิดยังไงกับเขากันแน่..
ถ้าจงอินไม่ยอมก็คือจบ แต่ถ้ายอม แผนก็ได้ไปต่อจนวันพรุ่งนี้
“ยังชอบฉันอยู่เหรอ”
“อือ…ชอบสิ”
“แต่ฉันไม่ได้ชอบนายแบบนั้น” ใบหน้าคมฉายแววความไม่สบายใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
“ขอโทษที่ต้องบอกนายแบบนี้”
“ไม่เป็นไร”
“แน่ใจนะ?”
“…จริงๆก็เป็น”
“….”
“ฉันก็ไม่คิดหรอกว่าจะชอบนายมากขนาดนี้…
แต่นี่มันสี่ปีแล้วนะจงอินที่ฉันยังโง่เรื่องของนายอยู่แบบนี้” คยองซูสารภาพพร้อมกับยกแขนโอบรอบคอของจงอิน “มันเรียกว่าความรักได้รึเปล่า?”
“ไม่พูดแบบนี้สิ คยองซู”
“ฉันรักนาย”
ร่างเล็กเอ่ยคำนั้นออกมาอย่างไม่อายพร้อมทั้งขยับหน้าเข้าไปใกล้กับจงอินจนปลายจมูกแนบชิดกัน
… จงอินได้ยินแบบนั้นก็นั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ทำให้คยองซูใช้โอกาสนี้ในการแนบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของจงอิน
คยองซูเป็นฝ่ายบดเบียดริมฝีปากของตัวเองเข้าไปอย่างเชื่องช้าและเริ่มดุดันขึ้นเรื่อยๆเพราะจงอินเริ่มได้สติและพยายามผลักเขาออกไปให้ห่างจากตัว
คนตัวเล็กไม่ยอมลดละความพยายามจึงใช้วิธีลุกล้ำมากกว่าเดิมด้วยการเอาสะโพกกลมบดเบียดเป้ากางเกงของจงอินอย่างจงใจ
“จ๊วบ”
เสียงของริมฝีปากดูดดึงกันอย่างตะกละตะกรามดังขึ้นหลังจากคยองซูลงทุนใช้สะโพกของตัวเองสัมผัสเข้ากับส่วนอ่อนไหวของจงอินอย่างจงใจและไม่กลัวว่าคนโดนกระทำจะเป็นหมันถาวรหลังจากโดนกดทับขนาดนั้น…
การตอบสนองของจงอินทำให้คยองซูยกยิ้มพอใจเหมือนแผนของเขาสำเร็จไปแล้ว
50%
“อย่ายั่วกันสิ”
“ฉันเปล่านะ” ริมฝีปากอวบแสร้งทำเป็นงอเข้าหากันเพราะโดนจงอินกล่าวหา
“ถ้ายั่วมันต้องแบบนี้”
พูดจบมือเล็กก็จัดการกับกระดุมกางเกงของจงอินทันทีพร้อมกับคุกเข่าลงบนแผ่นยางรองพื้นของรถยนต์โดยไม่กลัวว่ามันจะสกปรกหรือเปรอะเปื้อนกางเกงแสลคราคาแพงของตัวเอง
จงอินเห็นแบบนั้นก็ตกใจรีบถอยหลังจนติดเบาะแต่ก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของคยองซู
“กางเกงของนายมันกางเต้นท์ซะขนาดนี้
ยังจะคิดหนีอีกเหรอ?”
“ฉันไม่ตลกนะ คยองซู”
“….”
ตากลมช้อนมองพื้นเหมือนกำลังน้อยใจที่โดนดุ “ฉันกำลังจะช่วยอยู่นี่ไง..หวังดีนะเนี่ย”
“แล้วมันเป็นแบบนี้เพราะใครล่ะ?”
“…หึ”
นอกจากจะไม่ตอบ คยองซูยังขำกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองก่อนจะยื่นมือเล็กๆมาจับมือของจงอินแล้วบีบเบาๆ
“ถ้าคืนนี้ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยก็อย่าโทษตัวเอง
เพราะฉันเป็นคนทำทั้งนั้น”
“….”
“คิดถึงนะ...รักมากด้วย”
คยองซูบอกออกไปโดยไม่สนความผิดชอบชั่วดีและยอมรับชะตากรรมของตัวเองแล้วว่าเกิดมาเป็นมือที่สามของคนอื่นจริงๆ…
ในเมื่อเสียความเป็นตัวเองไปซะขนาดนี้ คยองซูก็ขอยอมตามใจของตัวเองอีกสักครั้งแม้ว่าจะต้องมารู้สึกดีอยู่คนเดียว
ทางด้านจงอินก็ทำได้แค่นั่งมองคนตรงหน้าด้วยความสงสารจับใจที่เลือกมารักคนอย่างเขา
หนำซ้ำยังยอมเปลืองตัวให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สร้างความลำบากใจให้จงอินพอสมควรเพราะเคยเกือบจะเลือกคยองซูมาแล้ว
เพียงแค่คืนนั้นคืนเดียวจริงๆ
ระหว่างจงอินกำลังสับสน
คยองซูก็จัดการดึงกางเกงของจงอินลงมาจนถึงข้อเท้าแล้วทำให้จงอินตัดสินใจได้ว่าต่อให้ห้ามตอนนี้ก็คงไม่ทัน… เขาจึงต้องนั่งนิ่งๆให้คยองซูทำต่อไปและถือคติว่าจะอยู่เฉยๆ
ถ้าคยองซูไม่พอใจก็คงจะหยุดทำไปเอง
แต่เขาคิดผิด…
“อืม…”
เสียงทุ้มต่ำคำรามในลำคอทันทีเพราะโดนมือเล็กลูบคลำบริเวณส่วนอ่อนไหวของเขาอย่างเบามือและทะนุถนอมซะจนใจของจงอินหล่นหายไปถึงตาตุ่ม…
เขาหายใจไม่ทั่วท้องตอนเห็นตากลมช้อนขึ้นมามองเช่นกันก่อนริมฝีปากอวบจะอ้ารับแท่งร้อนเข้าไปโดยไม่มีท่าทางรังเกียจเลยสักนิด
ฟู่ว…
เสียงถอนหายใจของจงอินดังขึ้นเป็นรอบที่สามหลังจากโดนคนตัวเล็กใช้ปากครอบครองเนื้อร้อนของเขาอย่างเอาแต่ใจและยั่วยวนซะจนอยากใช้สะโพกกระแทกสวนกลับเข้าไปแรงๆให้โพรงปากอุ่นถลอกจนกินของร้อนไม่ได้ไปหลายวัน
แต่เขาก็เพียงแค่คิดเพราะคยองซูนั้นน่ารักเกินไป
เพราะอยากให้จงอินทรมานกว่านี้
คยองซูจึงใช้มือของตัวเองจับเข้าไปที่ท่อนเนื้อร้อนก่อนจะขยับข้อมือขึ้นลงรับกับจังหวะของปาก
ทำเอาจงอินเปล่งเสียงออกมาด้วยความทรมาน คล้ายจะปลดปล่อยออกมาเต็มที
“ซี้ดด… แม่ง”
สบถคำหยาบออกมาโดยไม่รู้ตัว
มือหนาก็เลื่อนไปดับเครื่องยนต์ให้เรียบร้อยก่อนจะเอามาวางไว้บนผมของคนตัวเล็กแล้วลูบเบาๆด้วยความพอใจ..
จงอินเหมือนไม่มีสติไปชั่วขณะเพราะสัมผัสจากคยองซูคนเดียวเลย
“อื้ม…”
ริมฝีปากอวบถอยออกมาในขณะที่จงอินกำลังใกล้จะถึงจุดสูงสุด
ทำให้คิ้วหนาขมวดด้วยความไม่เข้าใจว่าคยองซูจะหยุดทำไม แต่พอได้เห็นว่าคนตัวเล็กกำลังปลดกางเกงออกเหมือนกัน
จงอินก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ถะ..ถอดทำไม”
“…ฉันก็คนนะ จงอิน”
“…”
จงอินถึงกับไปไม่เป็นหลังจากได้ยินคำพูดของคยองซูและได้เห็นว่าท่อนเนื้อขนาดเล็กนั้นก็คงจะอึดอัดเหมือนกัน
ไม่ต่างไปจากเขา… คยองซูลุกขึ้นมานั่งบนตักของจงอินอีกครั้งพร้อมกับสบตากันเหมือนต้องการจะพูดอะไร
“ไม่มีถุงยางนะ”
“มะ...ไม่ทำก็ได้”
“แต่มีเจล”
พูดจบคยองซูก็เปิดลิ้นชักหน้ารถเพื่อหยิบเจลหล่อลื่นที่เพิ่งซื้อเมื่อเช้าออกมา
ทำเอาจงอินอึ้งจนพูดไม่ออกเพราะไม่คิดว่าคยองซูจะมีของพวกนี้พกไว้ในรถของตัวเอง แต่นอกจากเจ้าตัวจะไม่สนใจอาการอึ้งกิมกี่ของเขาแล้วยังยื่นขวดเจลมาให้ตรงหน้าด้วยซ้ำ
“ทาให้หน่อยสิ”
“ทา?... ทาให้เหรอ” จงอินถามซ้ำเหมือนคนหูตึง
“ใช่…แล้วฉันจะช่วย”
คยองซูยกยิ้มจนตาหยีเพราะอยากให้จงอินผ่อนคลายและดึงสติกลับมาได้แล้วว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่
แม้จะไม่ยินยอมก็เถอะ แต่คยองซูก็ไม่อยากมีเซ็กส์กับขอนไม้นะ…
ขวดเจลถูกเปิดออกอย่างลนลานก่อนจะไหลลงมากองที่ฝ่ามือของจงอินในปริมาณที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป
คยองซูเห็นแบบนั้นก็รู้งานรีบยกสะโพกขึ้นมาให้จงอินได้ทาเจลให้ทันทีโดยลืมไปว่าคิม
จงอินนั้นขี้แกล้งแค่ไหน
“อือ…อย่าสอดนิ้วเข้าไป!”
คยองซูร้องห้ามเสียงหลงหลังจากสัมผัสได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปข้างในช่องทางด้านหลังของเขา “คิม จงอิน!!”
“วอร์มก่อนไม่ได้รึไง”
จงอินว่าก่อนจะขยับนิ้วที่อยู่ในช่องทางด้านหลังเข้าออกเพราะตรงนี้มันแน่นเกินกว่าที่แท่งเนื้อขนาดมหึมาของเขาจะเข้าไปแหวกว่ายเล่นข้างใน
แต่คยองซูก็เอาแต่โวยวายอยู่ได้ยังกะสาวแรกแย้มเพิ่งเสียบริสุทธิ์ครั้งแรก
ทั้งๆที่เคยให้เขาเมื่อนานมาแล้ว…
“...แน่นขนาดนี้
อย่าบอกนะว่าไม่ได้ให้ใครทำเลย?”
“…ยุ่ง”
“ฉันถามดีๆนะ คยองซู” จงอินเผลอหลุดยิ้มออกมาเพราะคนตรงหน้ากำลังหน้าบึ้ง
เหมือนไม่พอใจที่โดนถามแบบนั้น “เหงากว่าฉันก็นายนี่แหละ”
สิ้นเสียงทุ้ม ริมฝีปากอวบก็โดนจงอินครอบครองพร้อมกับการเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปในช่องทางด้านหลังของคยองซู
ตอนนี้นิ้วของจงอินจึงเลอะไปด้วยน้ำหนืดสีใสจากช่องทางด้านหลังและยังส่งเสียงน่าอายไปทั่วทั้งรถ คยองซูได้ยินแบบนั้นก็แก้มแดงถืกไปถึงหู
ต้องจิกเล็บเข้ากับไหล่หนา จงอินถึงยอมหยุดทำ
ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าจงอินเป็นคนคุมเกมซะอย่างนั้น
“พอแล้ว”
“ไหนว่าจะช่วยฉันไง”
“ก็พอก่อนไงนิ้วนายอ่ะ..
ฉันไม่อยากได้มันแล้ว”
ปฏิเสธด้วยใบหน้าที่มีเหงื่อผุดตามกรอบหน้าจบ
คยองซูก็ถอดเสื้อของตัวเองออกเพราะรู้สึกอุณหภูมิในรถร้อนเกินไปแม้ว่ากำลังเปิดแอร์อยู่
จงอินเห็นแบบนั้นก็ได้แต่นั่งมองเงียบๆแล้วรอให้คยองซูมาถอดให้เขาบ้าง
“คนโง่”
ต่อว่าจงอินเสร็จ
คยองซูก็จัดการถอดเสื้อให้บ้างเพราะเห็นว่าใบหน้าคมมีเหงื่อผุดออกมามากเหมือนกันแต่ไม่ยักเห็นว่าจงอินจะต้องการถอดเหมือนเขา..
เห็นแบบนี้แล้วอยากหยิกให้เนื้อเขียวจริงๆ ทำตัวเป็นคุณชายอยู่ได้
จงอินไม่ตอบโต้ที่โดนคยองซูด่าว่าโง่
หนำซ้ำยังนั่งใช้สายตาเจ้าเล่ห์ของตัวเองมองโลมเลียไปทั่วทั้งผิวตัวขาวๆของคยองซูที่ทั้งเนียนและใสซะจนไม่กล้าจับต้อง
แต่มันจะมีรอยเพราะฝีมือของเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า…
“อือ”
ริมฝีปากอวบถูกฟันขบขบเข้าหากันอย่างแรงเพราะโดนท่อนเนื้อร้อนจ่ออยู่ช่องทางด้านหลังของเขาและมันก็ได้เข้ามาแล้วในเวลาต่อมา… คยองซูรู้สึกเหมือนขนลุกซู่ตั้งแต่นิ้วเท้าไปจนถึงปลายผมจึงจิกเล็บเข้าไปที่ไหล่เปลือยเปล่าของจงอินเป็นครั้งที่สอง
“คะ..คยองซู”
หน้าอกเล็กถูกจงอินใช้ซานซบเพราะเขารู้สึกจะตายให้ได้ทั้งๆที่คยองซูยังไม่ได้แต่จะขยับตัวทำอะไร
แต่เพราะความคับแน่นของช่องทางด้านหลังมันทำให้จงอินทรมานจนเหมือนจะหายใจไม่ออก
ต้องใช้หน้าอกของคยองซูเป็นที่พักก่อนจะขาดใจตายไปตรงนี้
“อา...ขยับแล้วนะ”
เสียงนุ้มเอ่ยออกมาอย่างใจเย็นก่อนจะขยับสะโพกอย่างยากลำบากแม้ว่าจะใช้เจลหล่อลื่นช่วยแล้วแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักนอกจากทำให้อึดอัดกว่าเดิม…
ร่างเล็กเหมือนจะแหลกสลายหายไปทุกครั้งที่ขยับเอว ไม่รู้ว่าเพราะช่องทางด้านหลังของเขาแน่นไปหรือเพราะท่อนเนื้อของจงอิน…
“ซี้ด…ใจเย็นๆ”
จงอินเผลอเอ่ยปากสั่งคยองซูเพราะช่องทางด้านหลังของคนตัวเล็กรัดท่อนเนื้อของเขาเกินไปจนเกรงว่ามันจะหลุดหายเข้าไปในนั้น… จงอินเห็นว่าคยองซูเกร็งเกินไปจึงตัดสินใจใช้ปากดูดดึงจุดเล็กบนหน้าอกของคยองซู
และมันก็ได้ผลเพราะคนตัวเล็กไม่เกร็งเหมือนเดิมแล้ว
“อือ อะ...อย่า”
คนตัวเล็กเอ่ยห้ามเสียงเบาเพราะหลังจากโดนจงอินหยอกล้อกับจุดเล็กบนหน้าอก
ท่อนเนื้อของเขามันก็ปวดหนึบขึ้นมาซะจนเสียดสีไปกับหน้าท้องของจงอิน คนตัวสูงเห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มด้วยความพอใจแต่ก็ไม่วายใช้มือช่วยคยองซูน้อยอีกแรง
“หอมจังเลย”
จมูกโด่งอดไม่ได้ที่จะสูดดมซอกคอขาวๆของคยองซูที่กำลังชื้นเหงื่อ
ส่งกลิ่นกายหอมๆออกมายั่วยวน ยิ่งได้สูดดม
จงอินก็ยิ่งอยากใช้ปากทำรอยให้คนตรงหน้าซะจริงๆแต่ก็ห้ามใจไว้เพราะคยองซูไม่ใช่ของเขาอย่างถาวร
“อา~ดะ…ดี”
ร่างเล็กกระตุกเป็นระยะเพราะขยับไปโดนจุดสำคัญของตัวเอง
ยิ่งโดนจงอินมาคลอเคลียแบบนี้
คยองซูยิ่งสำลักความสุขซะจนต้องครางออกมาให้มันดังไปทั่วทั้งรถ
ยังดีที่ตอนนี้เป็นตอนกลางคืนเพราะถ้าเป็นตอนกลางวัน รถคันนี้ต้องโดนตำรวจเรียกมาสอบสวนแน่ๆ…
“จ๊วบ…”
เพราะอดใจไม่ไหว
จงอินจึงเปลี่ยนไปดูดดึงทั่วผิวขาวเนียนแทนซอกคอหอมๆ…
เขาเกือบจะถึงฝั่งฝันไปหลายครั้งเพราะความคับแน่นของคยองซู
แต่ต้องอดใจไว้เพราะยังไม่ถึงเวลา
“อืม… แน่นไปหมดเลย” จงอินหันมาให้ความสนใจกับเนื้อตัวและสะโพกกลมๆที่กำลังบดเบียดท่อนเนื้อของเขาอยู่ตรงหน้า
“เราต้องมาปิดฉากกันแล้วล่ะ”
พูดจบ
จงอินก็เลื่อนมือไปบีบสะโพกกลมก่อนจะเป็นฝ่ายเด้งเอวขึ้นไปบ้างทำให้คนตัวเล็กเสียหลักลงมาซบบนไหล่แข็งแรงของเขาอย่างหมดสภาพ…. จงอินไม่รอให้เสียเวลามากกว่านี้เพราะรีบเร่งเอวซะจนคยองซูหัวสั่นหัวคลอน
“จะ..มาแล้วเหรอ?”
“อือ”
จงอินขบกรามแน่นพลางดึงเอวบางเข้ามากอดไว้ไม่ให้ขยับออกไปห่างจากแรงมหาศาลของเขาที่ส่งขึ้นไปเพื่อให้ถึงฝั่งโดยเฉพาะ
ร่างเล็กแม้จะอ่อนปวกเปียกไปแล้วแต่ก็ยังไม่วาย ยื่นหน้าขึ้นไปขบใบหูของจงอินให้ได้คำรามเล่นๆ
“ซี้ด…ตัวแสบ”
ร่างสูงมองอย่างคาดโทษแต่ก็ยอมให้คยองซูขบกัดใบหูของเขาได้ตามสบายเพราะเขาจะเอาคืนในอีกไม่ช้า…
จงอินไม่อยากรับรองเหมือนกันว่าคยองซูจะไม่ป่วยหลังทำเสร็จแล้ว
ฟึบๆๆๆ!
เสียงเบาะของรถยนต์กระทบกับโครงเหล็กดังสนั่นไปทั่วทั้งรถเพราะจงอินเร่งเอวซะจนคยองซูไม่มีแรงที่จะขบกัดใบหูของจงอินได้อีกต่อไป
คนตัวสูงเห็นแบบนั้นก็อมยิ้มอย่างพอใจที่สามารถปราบคนพยศอย่างคยองซูได้อยู่หมัดเพียงเพราะเล่นไม้แข็งแบบนี้
โค้งสุดท้ายได้เข้ามาเยือนพร้อมกับคยองซูที่ปลดปล่อยออกมาก่อนจงอินจนเลอะไปทั่วทั้งหน้าท้องแข็งแรงแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้กล่าวโทษอะไร
นอกจากตั้งหน้าตั้งตาขยับเอวต่อไปเพราะใกล้ถึงฝั่งแล้วเหมือนกัน
“อือ~ สู้ๆนะ จงอิน” คยองซูที่กำลังนอนเอาคางเกยไหล่จงอินอยู่ว่าพร้อมกับตาที่ใกล้ปิดเต็มที
“หึ ฟืดดด”
หอมแก้มกลมให้กำลังใจตัวเองเสร็จ
จงอินก็รีบจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จทันที.. แรงกระแทกจากจงอินทำให้คยองซูตาสว่างขึ้นมาอีกครั้งและเพิ่งมานึกได้ว่าจงอินยังไม่ได้ใส่ถุงยาง…
“ดะ…เดี๋ยว!”
“อา!! ~”
เหมือนบุญมีแต่กรรมบังเพราะจงอินชิงปลดปล่อยก่อนที่คยองซูจะทันได้บอกอะไรทำให้มวลน้ำอุ่นมหาศาลพุ่งสูบฉีดขึ้นไปข้างบนช่องทางด้านหลังของคยองซูจนบางส่วนรับไม่ไหวต้องไหลย้อนกลับออกมาเปรอะเปื้อนหน้าขาของจงอินเหมือนเดิม
ร่างเล็กขนลุกซู่ตอนสัมผัสได้ว่าน้ำสีขุ่นเหล่านั้นกำลังอยู่ในตัวของเขา
“เลอะหมดแล้ว”
“…เล็กน้อยหน่าถ้าเทียบกับจำนวนที่อยู่ในตัวนาย” จงอินตอบออกมาด้วยความจริงใจ
ไม่ได้กวน “นายไหวไหมเนี่ย”
“ไหวอยู่แล้ว”
คยองซูว่าพลางดึงท่อนเนื้อของจงอินออกจากช่องทางด้านหลังของตัวเองก่อนจะเดินข้ามฝั่งไปใส่บ๊อกเซอร์และกางเกงขายาวให้เรียบร้อย
“อา… หิวข้าวจัง”
“แวะกินต๊อกโบกีก่อนไหม?”
“ไม่ล่ะ รีบกลับ”
คยองซูตอบสั้นๆพร้อมกับติดกระดุมเสื้อตัวเองให้เรียบร้อยแล้วมองจงอินด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์
“รีบใส่เสื้อผ้าได้แล้ว ฉันไม่อยากเห็นชีเปลือย”
“โอ๊ะ! ขอโทษนะ”
จงอินลนลานใส่เสื้อผ้าทำให้คนมองอย่างคยองซูได้แต่นั่งถอนหายใจเงียบๆเพราะจงอินหาอะไรไม่เจอสักอย่างนอกจากบ๊อกเซอร์กับกางเกง
“เสื้อพาดอยู่บนเบาะ”
“ขอบใจนะ”
“เสร็จแล้วช่วยไปส่งฉันที่บ้านเซฮุนด้วย”
“เซฮุน?” จงอินขมวดคิ้วเพราะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน “ใช่ผู้ชายที่ฉันเจออยู่คอนโดเมื่อสี่ปีก่อนรึเปล่า?"
“อือ… คนนั้นแหละ”
“เอ่อ… จะด่าว่าอะไรฉันก็ได้นะ แต่เขาดูไม่เหมือนคนดี”
“แล้วใครดีล่ะ นายเหรอ?”
“เปล่าซะหน่อย”
จงอินว่าพลางทำหน้าเศร้าเพราะกลัวดูไม่ถ่อมตัวในสายตาของคยองซู
คนตัวเล็กเห็นแบบนั้นก็ใจอ่อน ต้องเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆแล้วจุ๊บปากแรงๆหนึ่งที
จุ๊บ!
“คืนนี้ฉันให้ยืมรถหนึ่งคืน
พรุ่งนี้ค่อยมาส่งที่ร้าน เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ”
“เด็กดี” คยองซูพูดพลางลูบหัวของจงอินก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้
“พรุ่งนี้ต้องมาให้ได้นะ”
“ไม่ลืมอยู่แล้ว”
จงอินว่าก่อนจะออกรถเพื่อเดินทางไปบ้านของเซฮุน
ส่วนคยองซูก็ได้แต่ส่งยิ้มไปให้คนด้านข้างเพราะจงอินเอาแต่ลอบมาเขาตลอดเวลาเหมือนกลัวจะหายไป…
ทำอย่างกับรักคยองซูแล้วงั้นแหละ…
ที่ต้องย้ำกับจงอินว่ามาให้ได้เพราะพรุ่งนี้คยองซูจะเปิดเผยความจริงทุกอย่างว่าระหว่างซูจองและชานยอลมีซัมติงกันอยู่
แม้จะเป็นวิธีที่หักดิบและโหดร้ายแต่เพราะคยองซูไม่อยากอยู่ในสภาพนี้อีกต่อไปแล้ว
คยองซูรู้สึกเหมือนสำลักความสุขนี้จนจะตายให้ได้….เขาคนเดิมเมื่อสี่ปีก่อนได้กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปนานเป็นแรมปี
จงอินขับรถมาส่งคยองซูถึงบ้านเซฮุนในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ก่อนลงจากรถคยองซูจึงย้ำให้จงอินมาหาเขาที่ร้านให้ได้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนคนตัวสูงจะพยักหน้ารับและมองเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว
“มีอะไร?”
“ฉันไม่อยากคิดแบบนี้เลยนะ” ริมฝีปากหยักฝืนยกยิ้มออกมาให้คยองซู
“แต่ฉันคิดว่าเราสองคนเข้ากันได้ดีเกินไป…. ขอโทษที่คิดแบบนี้”
“….ไม่เป็นไร
นายคงรู้สึกผิดกับซูจองมากเลยใช่ไหม”
“ใช่”
“เสียใจด้วย”
“แต่ฉันคิดว่าจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นแล้วล่ะ”
“….”
“ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ใจตัวเองนะ
คยองซู”
คยองซูเหมือนโดนตบหน้าเข้าอย่างจังหลังจากได้ยินคำพูดของจงอินที่ดูจริงใจและมีความสุขเหลือเกินหลังจากได้รู้ใจตัวเอง…
คยองซูอยากจะยินดีกับจงอินแต่ก็ทำไม่ได้เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมง
เขาก็จะทำร้ายผู้ชายคนนี้แล้วด้วยคำพูดที่ตัวเองเก็บไว้นานถึงสี่ปี
ทุกอย่างมันผิดแผนไปหมด…ผิดมาตั้งแต่แรกที่คยองซูเผลอตกหลุมรักจงอินเป็นครั้งที่สอง
“ฉะ...ฉันขอตัวนะ”
“เรามาคบกันไหม?”
“….”
“จะว่ายังไงก็ได้
แต่ฉันอยากมีความสุขกับนายมากกว่าทนอยู่กับซูจอง”
เสียงทุ้มต่ำของจงอินหมุนเคว้งอยู่ในโสตประสาทของคยองซูทำให้คนตัวเล็กไม่สามารถตอบรับคำพูดของจงอินได้
ยิ่งได้ฟัง คยองซูก็ยิ่งเหมือนโดนจงอินทุบให้เหลือตัวเล็กลงเรื่อยๆ
ทำไมจงอินไม่บอกให้เร็วกว่านี้
“คยองซู”
“ฉัน…ฉันไม่รู้” ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเหมือนคนกำลังหายใจไม่ออก
“ขอกลับไปคิดก่อนได้ไหม?....
ฉันยังตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้”
“ได้สิ… ฉันรอเก่งอยู่แล้ว”
ฝ่ามือใหญ่เลื่อนมาลูบเบาๆบนศีรษะของคยองซูทำให้คนตัวเล็กแสดงสีหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา..
จงอินเห็นแบบนั้นก็คิดว่าคยองซูดีใจหลังจากหลงรักเขามาเนิ่นนาน
แต่จงอินคิดผิดเพราะมันคือความเสียใจที่ไม่สามารถตอบรับคำขอของเขาได้
คยองซูแค้นซูจองเกินไป… แค้นจนไม่สามารถมีความสุขกับจงอินได้
ร่างเล็กเดินปวกเปียกเข้าไปในบ้านของเซฮุนที่ป่านนี้คงนอนหลับไปแล้วเพราะตรวจเซ็นเอกสารทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อย
ความจริงคยองซูก็ไม่อยากมาหาเซฮุนหรอกแต่เพราะตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไป ขอแค่ได้มานอนข้างๆเซฮุนก็ยังดีโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้จิตใจของเซฮุนมันร้อนรุ่มแค่ไหน
เซฮุนกำลังยืนมองอยู่หลังหน้าต่าง…แค่ได้เห็นว่าคยองซูมาที่นี่โดยไม่ได้ขี่รถเข้ามาในบ้าน
เขาก็รู้แล้วว่าคนตัวเล็กมากับใคร
“ยังไม่นอนอีกเหรอ?”
เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามหลังจากเห็นว่าโอ
เซฮุนกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้แล้วมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่คนเดียว
“ฉันรอนายอยู่”
“รอ?” ขาเรียวเล็กค่อยๆก้าวไปหาเซฮุนเพราะรู้สึกเหมือนสะโพกจะร้าวจนเดินไม่ไหว
“รอนอนพร้อมฉันรึไง”
“…อือ”
คำต่อว่าเป็นพันคำถูกกลืนลงคอ
หายเข้าไปในกลีบเมฆเพียงเพราะได้สบเข้ากับตากลมฉ่ำน้ำที่กำลังมองมาทางนี้เช่นกันเหมือนรู้ตัวว่าตัวเองทำผิด..
เซฮุนจะไม่ถามคยองซูแล้วว่าไปกับจงอินมาหรือเปล่า
แต่เขาเพียงแค่จะรอให้เจ้าตัวบอกเองเท่านั้น
คนตัวเล็กก้าวขาขึ้นไปบนเตียงแล้วนอนทั้งชุดแบบนั้นทำให้เซฮุนขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะปกติคยองซูไม่ใช่คนแบบนี้… คนตัวเล็กไม่ชอบนอนหมกอยู่กับชุดที่ใส่มาทั้งวันแต่ทำไมวันนี้
คยองซูถึงทำ?
“ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ?”
“ไม่อาบ”
คยองซูตอบสั้นๆก่อนจะซุกใบหน้าลงกับหมอนเพราะรู้สึกง่วงและเพลียเต็มที
เซฮุนเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากขัดใจคนตัวเล็กจึงนอนลงบ้างแล้วมองใบหน้าเนียนเงียบๆ
ไม่พูดอะไรต่อ
ฟึบ
เซฮุนจะปล่อยผ่านเรื่องนี้อยู่แล้วเชียว
แต่พอคนตัวเล็กนอนหันหลังให้ ตาของเขาก็ดันไปสบเข้ากับรอยน้ำซึมเป็นดวงอยู่บนกางเกงของคยองซู…
เซฮุนพยายามคิดในแง่ดีแล้วแต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าทำไมกางเกงด้านหลังของคยองซูถึงเปียกน้ำขนาดนี้?
“อาบน้ำกันนะ”
เพราะไม่อยากค้างคาใจกับคราบน้ำที่เปื้อนอยู่บนกางเกงของคยองซู
ร่างสูงโปร่งจึงต้องอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็วทำให้คยองซูถอนหายใจฟึดฟัดเพราะเซฮุนกำลังยุ่งกับตัวของเขาเกินไป
อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย…เซฮุนคิดในใจ
“เซฮุน...ฉันง่วง”
“ก็รีบอาบให้อยู่นี่ไง”
แม้ในใจกำลังร้อนรุ่มเพราะคิดไปในทางไม่ดีตั้งมากมาย
แต่พอได้เห็นผิวขาวเนียนที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์อยู่ตรงหน้า เซฮุนก็เหมือนได้สติกลับมาจนต้องตบแก้มตัวเองแรงๆไม่ให้คิดอกุศลกับคยองซู…เขาเลื่อนมือสั่นๆไปเปิดน้ำในอ่างให้คยองซูก่อนจะเดินไปเดินมาทั่วห้องเพื่อระงับสติอารมณ์
“เอาวะ”
พึมพำกับตัวเองเสร็จสรรพ
ขายาวก็ก้าวฉับๆมาที่อ่างอาบน้ำอีกครั้งพร้อมกับทำใจกล้า วักน้ำในอ่างลูบผิวขาวเนียนที่กำลังแดงระเรื่อเพราะอากาศหนาวก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสบู่เหลวมาแล้วมองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจ
ว่าจะทำยังไงระหว่างอาบน้ำให้คนตัวเล็กตามปกติหรือค้นหาความจริง
“ขอโทษนะ”
“อือ…”
ร่างเล็กครางต่ำในลำคอทันทีที่เซฮุนล้วงนิ้วเข้าไปในช่องทางด้านหลังของเขาก่อนจะดึงมือที่มีคราบน้ำเหนียวหนืดออกมาด้วยใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก… ภาพน้ำสีขาวขุ่นที่กำลังเกาะอยู่บนเรียวนิ้วทำให้เซฮุนโกรธจนต้องสบถคำหยาบคายออกมา
“แม่งเอ้ย!”
คนตัวเล็กสะดุ้งตื่นทันทีหลังจากได้ยินเสียงของเซฮุน
พอเห็นสิ่งที่อยู่บนเรียวนิ้วของคนตัวสูง
เขายิ่งเบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าเซฮุนจะรู้
“ซะ..เซฮุน”
“ไปเอากับมันมาใช่ไหม?”
“ฉะ…ฉัน”
“ทำไมนายเป็นคนแบบนี้!!”
เสียงตะวาดอย่างร้ายกาจของเซฮุนทำให้คยองซูต้องหลับตาลงด้วยความหวาดกลัวว่าคนตรงหน้าจะตรงเข้ามาฉีกเขาเป็นชิ้นๆ.. แต่ผิดคาดเพราะนอกจากเซฮุนจะไม่ทำแบบนั้นแล้ว ยังตรงเข้ามาควักน้ำที่หลงเหลืออยู่ในช่องทางด้านหลังอย่างรุนแรง
“จะ…เจ็บ”
“ฉันจะเอามันออกไปจากตัวนายให้หมด!
โด คยองซู”
“อื้อ! เจ็บแล้ว!”
ร่างเล็กสั่นสะท้านตอนโดนเรียวนิ้วของเซฮุนล้วงเข้ามาไม่ต่ำกว่าสองครั้ง..
เขารู้สึกเหมือนร่างกายจะขาดออกเป็นชิ้นๆเพราะเซฮุนกำลังทำมันด้วยความโมโหและขาดสติ
พาลทำให้ตากลมโตมีน้ำหยดใสไหลออกมาด้วยความทรมาน
เซฮุนทำเกินไปแล้ว
“ไหนบอกว่าจะไม่ตกหลุมรักมันไง!
แล้วนี่คืออะไร!?”
“ฉันยอมแล้วเซฮุน!
ฉันยอมบอกนายแล้ว!”
“….”
“ใช่…ฉันตกหลุมรักจงอินอีกครั้ง”
คยองซูว่าก่อนจะช้อนตากลมโตมองเซฮุนที่กำลังยืนค้ำหัวเขาอยู่ “ฉันผิดเองที่ไม่เชื่อฟังคำพูดของนาย… แต่อย่าซ้ำเติมกันได้ไหม
แค่นี้ฉันก็ทรมานจนจะตายอยู่แล้ว”
“….แล้วฉันล่ะ คยองซู”
“….”
“ใจฉันมันก็แตกสลายไม่ต่างไปจากนายหรอก”
เซฮุนเหมือนโลกพังลงตรงหน้าหลังจากรู้ความจริงว่าสุดท้ายแล้ว
เขาก็ไม่ใช่คนที่อยู่เคียงข้างคยองซู… คนตัวสูงเพิ่งจะมารู้วันนี้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำมาไม่มีความหมายเพียงเพราะโด
คยองซูยังเป็นคนเดิมที่ในสายตายังมีแต่คิม จงอินคนเดียว
ไม่มีเซฮุนคนนี้ตั้งแต่แรก…
“จบกันตรงนี้เถอะ…ฉันไม่อยากแบกรับอะไรจากนายอีกต่อไปแล้ว”
“ไม่เอาแบบนี้สิ เซฮุน” มือเล็กขยับมาจับแขนของคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว “ขอร้อง
อย่าเป็นแบบนี้เลย”
“…”
เซฮุนไม่ตอบแต่เลือกที่จะเดินออกมาให้ห่างจากคยองซูเพราะเขาไม่สามารถทนมองหน้าคนๆนี้ได้อีกต่อไป..
คยองซูสร้างบาดแผลให้เซฮุนลึกเกินไปซะจนคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติ
เซฮุนจะไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว
ภาพแผ่นหลังกว้างที่เดินหันหลังให้กับคยองซู
สร้างหยดน้ำตาจำนวนมหาศาลให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดีแม้ว่ามันจะเหมาะสมที่สุดแล้วที่เซฮุนเลือกเดินออกไปแบบนี้
แต่คยองซูก็รับไม่ได้เพราะสี่ปีที่ผ่านมา เซฮุนเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขา
เซฮุนเป็นเหมือนพ่อ
พี่ น้องและเพื่อน ถ้าไม่เกิดเรื่องบ้าๆอย่างวันนี้ขึ้นซะก่อน…คยองซูก็จะเลือกให้เซฮุนเป็นมากกว่านั้น
“เซฮุน”
ริมฝีปากอวบสะอึกสะอื้นเป็นชื่อนี้มาเป็นเวลากว่าห้านาทีแล้ว…ร่างเล็กรู้สึกเจ็บมากจนต้องยกเข่าขึ้นมากอดไว้แล้วซบหน้าลงครวญครางให้กับสิ่งที่เสียไปแล้ว
ทุกอย่างมันพังทลายด้วยน้ำมือของคยองซูคนเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น